กกพ.เลื่อนประกาศผลโรงไฟฟ้าชุมชนเป็นวันที่26ส.ค.

ผู้ชมทั้งหมด 294 

กกพ. ประเมินสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ลงมติเลื่อนประกาศผลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ เป็นวันที่ 26 ส.ค. 64 จากเดิมต้องประกาศในวันที่ 15 ก.ค. 64 ส่วนผลด้านเทคนิค กฟภ.ขอเลื่อนเป็นวันที่ 2 ก.ค. 64

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกของ กกพ. เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กกพ. มีมติเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการนำร่อง 150 เมกะวัตต์) พ.ศ. 2564 ตามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เสนอ โดยสำนักงาน กกพ. จะประกาศผลรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ เป็นภายในวันที่ 26 สิงหาคม 2564 จากกำหนดเดิมภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564  

ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) รอบใหม่ที่ค่อนข้างรุนแรง และขยายตัวเป็นพื้นที่วงกว้างทั่วประเทศไทย ประกอบกับมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 22) กำหนดการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาดำเนินมาตรการขั้นสูงสุด เพื่อลดจำนวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่และบุคลากรในความรับผิดชอบในการป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อ กฟภ. จึงเสนอ กกพ. ขอปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯออกไปก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตามผลสรุปจำนวนผู้ยื่นเสนอขอขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ สำหรับ กฟภ. ซึ่งได้เปิดรับข้อเสนอ โดยหมดเขตรับยื่นไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา มีผู้ยื่นคำขอเสนอขายไฟฟ้าจำนวนทั้งสิ้น 246 ราย แบ่งตามประเภทเชื้อเพลิงได้เป็น ประเภทชีวมวล จำนวน 143 ราย และประเภทก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงานผสมน้ำเสีย/ของเสีย) จำนวน 103 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาคำเสนอขอขายไฟฟ้าด้านเทคนิค

ส่วนรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติด้านเทคนิคทาง กฟภ. ขอเลื่อนไปประกาศในวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 จากกำหนดเดิมจะประกาศในวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 และหลังจากกระบวนการพิจารณาคำเสนอขอขายไฟฟ้าเทคนิคเสร็จสิ้นแล้ว กกพ. จะพิจารณาคำเสนอขอขายไฟฟ้าด้านราคา โดยมีคณะอนุกรรมการพิจารณาคำเสนอขอขายไฟฟ้าด้านราคาด้วยวิธีการแข่งขันด้านราคา (Competitive Bidding) ซึ่งจะเรียงลำดับคำเสนอขอขายไฟฟ้าที่เสนออัตราส่วนลด (ร้อยละ) จากมากไปหาน้อย โดยผู้ยื่นคำเสนอขอขายไฟฟ้าที่เสนออัตราส่วนลดมากจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าบรรจุในสายป้อน (Feeder) ที่ว่างก่อนจนกว่าจะครบเป้าหมายการรับซื้อโดยจะต้องคำนึงถึงศักยภาพระบบไฟฟ้าที่จะรองรับได้ด้วย สำหรับข้อมูลรายละเอียดและความคืบหน้าอื่นๆ เกี่ยวกับโครงการ กกพ. จะประกาศให้ทราบผ่านทาง www.erc.or.th