กทท. ปี 65 เตรียมประมูลสัมปทานท่าเทียบเรือ B หาเอกชนรายใหม่บริหาร

ผู้ชมทั้งหมด 166 

กทท. เตรียมพร้อมประมูลหาเอกชนสัมปทานท่าเทียบเรือ B ในปี 65 – 66 หลังหมดอายุสัญญาในปี 68 ขณะที่โครงการพัฒนาท่าเรือระนอง คาดเงินลงทุน 2,149 ล้านบาท ประมูลปีหน้า

เรือโท ยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 1 (เฟส 1) ในส่วนของท่าเทียบเรือ B ที่หมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2563 และได้รับการต่อสัญญาใหม่อีก 5 ปีถึงปี 2568 นั้นในขณะนี้กทท.ได้จ้างที่ปรึกษาให้ดำเนินการศึกษาแผนและรูปแบบการลงทุน ซึ่งจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership หรือ PPP) ภายใต้ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ตามการดำเนินการศึกษาแผนการลงทุนนั้นจะต้องศึกษาถึงแนวโน้มตลาดโลกว่ามีปริมาณเรือเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไร รูปแบบการลงทุนว่าจะเป็นในรูปแบบ PPP – Gross Cost หรือ รูปแบบการร่วมทุนแบบ PPP Net Cost ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในปี 2565 หลังจากนั้นก็จะดำเนินการในขั้นตอนการประกวดราคา คาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ในปี 2565 – 2566 เพื่อให้ได้เอกชนเข้ามาลงทุนสัมปทานได้ต่อเนื่องหลังจากหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2568

สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ในส่วนของท่าเทียบเรือ B นั้น แบ่งเป็นท่าเทียบเรือ B1 ท่าเทียบเรือ B2 ท่าเทียบเรือ B3 ท่าเทียบเรือ B4 และท่าเทียบเรือ B5 แต่ที่จะต้องประกวดราคาใหม่เป็นท่าเทียบเรือ B1-B4 โดยท่าเทียบเรือ B3 นั้น บริษัท แอลซีบี คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล 1 จำกัด เป็นผู้สัมปทานรายเดิม ส่วนท่าเทียบเรือ B2 บริษัท เอเวอร์กรีน คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้สัมปทานรายเดิม ท่าเทียบเรือ B3 นั้น บริษัท อีสเทิร์น ซี แหลมฉบัง เทอรมินัล จำกัด (ESCO) เป็นผู้สัมปทานรายเดิม และท่าเทียบเรือ B4 บริษัท ที ไอ พี เอส จำกัด เป็นผู้สัมปทานรายเดิม ทั้งนี้การประกวดราคาสัมปทานใหม่นั้นก็ต้องพิจารณาว่าจะเป็นสัญญาเดียว หรือแบ่งออกเป็นหลายสัญญาเหมือนปัจจุบัน

เรือโท ยุทธนา กล่าวถึงการลงทุนพัฒนาท่าเรือระนอง ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนทั้งในทางบวกและทางลบ (EIA) ดำเนินการควบคู่กับการออกแบบ ซึ่งการออกแบบนั้นก็ต้องศึกษาในรายละเอียดแผนการลงทุนโครงการเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ด้วย ซึ่งในขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งแลจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษา เพราะต้องดำเนินการให้สอดคล่องกับโครงการแลนด์บริดจ์ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาในเบื้อต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 2,149 ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการประกวดราคาได้ในปี 2565