กฟผ.ชูแผนลงทุน10ปีวงเงิน2.86แสนลบ.ช่วยชาติฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด

ผู้ชมทั้งหมด 920 

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนต่างเร่งระดมสรรพกำลังเข้ามาช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้

การการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลความมั่นคงผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าเพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้เตรียมพร้อมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ตามนโยบายของภาครัฐ หรือ Restart Thailand โดยจะเร่งขับเคลื่อนการใช้จ่ายเงินตามงบประมาณในปี 2564 ตามแผนการเบิกจ่ายงบประมาณที่วางไว้

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.มีโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างและขยายระบบส่งไฟฟ้าครอบคลุมทั้งประเทศ จำนวน  17 โครงการ ตลอดระยะเวลา 10 ปี ระหว่างปี 2564-2573 ส่วนนี้จะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งสิน 242,567 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนสายส่งแรงดัน 115 , 230 และ 500 กิโลโวลต์ รองรับการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า เสริมความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า Smart Grid การปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ และสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ในส่วนนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานในระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

โครงการฯนี้ยังแบ่งดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ปี2564-2568 เบิกจ่ายเงินทั้งสิ้น 136,405 ล้านบาท และระยะที่สอง ปี2569-2573 เบิกจ่ายเงินทั้งสิ้น 106,162 ล้านบาท ส่วนในระยะยาว กฟผ. ยังแผนพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า อีก 2 โครงการ และ 1 แผนงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอขออนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 (SEZ1) วงเงินลงทุน 2,150 ล้านบาท ดำเนินการช่วงปี 2563-2568 รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้แก่บริเวณ อ.แม่สอด จ.ตาก และ อ.เมือง จ.มุกดามาร ในระยะยาว และรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน

โครงการพัฒนาระบบเคเบิ้ลใต้ทะเลไปยังบริเวณอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า (SPSS) วงเงินลงทุน 11,230 ล้านบาท ดำเนินการช่วงปี 2563-2569 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการส่งกำลังไฟฟ้าบริเวณเกาะสมุย และบริเวณข้างเคียง (เกาะพะงันและเกาะเต่า) และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแผนงานโครงการแผนลงทุนระยะยาว-แผนใหม่ แผนงานปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (HSIT) วงเงินลงทุน 1,600 ล้านบาท ดำเนินการช่วงปี 2563-2569 ช่วยรักษาและเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในการจ่ายไฟฟ้าของสถานีไฟฟ้าในพื้นที่ 3 จังหวัดฯ

นอกจากนี้ กฟผ.ยังศึกษาความเหมาะสมอีก 2 โครงการ คือ 1.โครงการขยายระบบไฟฟ้าเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ระยะที่ 4 (BSB4) วงเงินลงทุน 5,800 ล้านบาท ดำเนินการช่วงปี 2566-2571 จะช่วยสนองความต้องการไฟฟ้าในเขตเมืองหลวง ซึ่งเป็นศูนย์การของส่วนราชการ ธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว และรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

2.โครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 23,380 ล้านบาท ดำเนินการช่วงปี 2566-2570 เพื่อปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูงซึ่งเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ลดปัญหาความสูญเสียที่เกิดจากไฟฟ้าดับเรื่องจากอุปกรณ์ขำรุด ทั้งนี้ กฟผ.เชื่อมั่นว่า แผนการลงทุนในโครงการเหล่านี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต