กฟผ. ผนึก โครงการหลวง ต่อยอดปลูกป่าเศรษฐกิจ

ผู้ชมทั้งหมด 264 

กฟผ.– มูลนิธิโครงการหลวง จับมือ ปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม หวังสร้างป่าเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ชุมชน ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2565 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ มูลนิธิโครงการหลวง ได้ลงนามความร่วมมือโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมณ อาคารปฏิบัติการ 1 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง  และนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงนาม

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง และ กฟผ. ที่มุ่งเน้นการพัฒนามิติด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการร่วมสร้างป่าเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาสู่ต้นแบบพื้นที่เกษตรและป่าไม้ยั่งยืนในชุมชนอย่างมีส่วนร่วม

โดยดำเนินการผลิตกล้าไม้พันธุ์ดี ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การขยายพันธุ์ไม้พื้นเมือง พันธุ์พืชเศรษฐกิจ และอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการปลูกป่าในพื้นที่โครงการหลวง เป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการมีส่วนร่วมบริหารจัดการป่าของชุมชนอย่างยั่งยืน กรอบระยะเวลาความร่วมมือระหว่าง ปี พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2570

โครงการหลวง เพื่อสนองตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ผ่านมา  กฟผ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนงานทั้งในด้านการจัดการพลังงานและใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ  โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำที่สำคัญ ในปี พ.ศ. 2525  ได้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ้านขุนกลาง เพื่อผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติของน้ำตกสิริภูมิ  ไปใช้ประโยชน์ในงานพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกร ในบริเวณใกล้เคียง

ตลอนจน ผันน้ำไปใช้ในบ่อเลี้ยงปลาเทร้าต์ ปลาสเตอร์เจียน ในหน่วยวิจัยประมงที่สูงดอยอินทนนท์ นำระบบสมาร์ทไมโครกริด (Smart MicroGrid) ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าชุมชนแบบอัจฉริยะที่ผสมผสานระหว่างไฟฟ้าจากพลังน้ำ แสงอาทิตย์ และแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานมาใช้ในพื้นที่ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ารองรับกรณีไฟฟ้าหลักขัดข้อง เพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของมูลนิธิโครงการหลวง

อีกทั้ง ยังมีโครงการ DARK SKY  เปลี่ยนหลอดไฟในแปลงดอกเบญจมาศเป็นหลอด LED  ทำให้ช่วยลดค่าไฟ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และไม่ทำให้ฟ้าสว่างในเวลากลางคืน เหมาะแก่การดูดาว ซึ่งโครงการนี้จะได้ขยายไปยังพื้นที่แห่งอื่นๆ ของมูลนิธิโครงการหลวงต่อไป