กฟผ.เร่งลงทุนโรงไฟฟ้า5,495MWหวังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ผู้ชมทั้งหมด 1,041 

กฟผ. เร่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนาไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2018 Rev.1) กำลังการผลิตรวม 5,495 เมกะวัตต์ หวังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดคลี่คลาย ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศ และรักษาระบบไฟฟ้ารายภาคให้เกิดความมั่นคง

นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1) ว่า กฟผ. อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาโรงไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงควบคู่กันไป เพื่อให้ช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ

ทั้งนี้โครงการที่ กฟผ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าตามแผน PDP2018 Revision 1 นั้นได้ดำเนินการอยู่หลายโครงการ ซึ่งประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร (Hydro-floating Solar Hybrid) ขนาด 45 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าในภาพรวม ณ สิ้นเดือนเมษายน 2564 ที่ร้อยละ 93.30 และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ประมาณปลายเดือนมิถุนายน 2564

นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน ขนาดกำลังผลิต 650 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งการพิจารณารายงานศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (Feasibility Study) จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการภายในเดือนธันวาคม 2564

โครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ส่วนเพิ่ม) ขนาด 2,100 เมกะวัตต์ และ โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ระยะที่ 1 ขนาด 700 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงพลังงาน กกพ. และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในเรื่องรายงานศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ส่วนเพิ่ม) อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ ครั้งที่ 3 เพื่อประกอบการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental and Health Impact Assessment : EHIA) และโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ระยะที่ 1 อยู่ในขั้นตอนการเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ ครั้งที่ 2 เพื่อประกอบการจัดทำรายงาน EIA

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1 – 2 ขนาดกำลังผลิต 1,400 เมกะวัตต์ และ ภาคเหนือ โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 – 9 ขนาดกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกพ. และ สศช. ในเรื่องรายงานศึกษาความเหมาะสมของโครงการ พร้อมกันนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างจัดทำรายงาน EIA ของโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1 – 2 และรายงาน EHIA โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 – 9 ฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอ กก.วล. ซึ่งคาดว่าจะเสนอ ครม. อนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 – 9 ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 และโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1 – 2 ภายในเดือนมีนาคม 2565  

ทั้งนี้การเร่งดำเนินการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าตามแผน PDP2018 Revision 1 นั้นนอกจากเป็นการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้ประเทศไทยให้แต่ละภาคมีแหล่งผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหลักที่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและภาคเศรษฐกิจแล้วยังเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิดคลี่คลาย ซึ่งหากเริ่มดำเนินการก่อสร้าง และก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก