กรมการขนส่งฯเคาะต่ออายุแท็กซี่9 ปีเป็น12ปี

ผู้ชมทั้งหมด 227 

กรมการขนส่งทางบก เคาะ!!! รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563
ขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี โดยต้องผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ย้ำ!!! สภาพรถต้องมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยต่อการให้บริการและไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เริ่มนำรถแท็กซี่เข้าตรวจสภาพเพื่อขยายอายุการใช้งานได้แล้ว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายธานี สืบฤกษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก​ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายอายุการใช้งานของรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน หรือ รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ให้สามารถขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี โดยต้องผ่านเกณฑ์การตรวจสภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกและกรมควบคุมมลพิษร่วมกันกำหนดเงื่อนไข ทั้งการตรวจสภาพเพื่อขยายอายุการใช้งานและการตรวจสภาพเพื่อรักษามาตรฐานสมรรถนะรถไปจนสิ้นอายุการใช้งาน เพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยในการใช้งาน มีคุณภาพและความเรียบร้อยในการให้บริการรับจ้าง มีการตรวจสภาพมลพิษทางอากาศและเสียงอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันผลกระทบซึ่งอาจเป็นสาเหตุของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

โดยรถแท็กซี่ที่ได้รับการขยายอายุการใช้งานต้องผ่านการตรวจสภาพรถตามรายการที่กำหนดในระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการตรวจสภาพรถและเกณฑ์การวินิจฉัยผลการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการตรวจสภาพรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนเพื่อขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปี พ.ศ. 2564 ซึ่งจะมีรายการที่ต้องตรวจสภาพเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ ​

1. ตรวจก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอนจากท่อไอเสีย โดยใช้เครื่องวิเคราะห์ก๊าซในขณะที่เครื่องยนต์อยู่ในรอบเดินเบาและไม่มีภาระ และให้ตรวจทุกชนิดเชื้อเพลิงในกรณีมีการใช้เชื้อเพลิงมากกว่า 1 ชนิด โดยค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ต้องไม่เกินร้อยละ 0.5 โดยปริมาตร และค่าก๊าซไฮโดรคาร์บอนต้องไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน

2. โครงสร้างและตัวถังรถ ต้องมีความมั่นคงแข็งแรงสามารถรองรับการทำงานของรถขณะมีน้ำหนักเต็มอัตราบรรทุกได้ในทุกสภาพการใช้งาน ไม่ชำรุด ผุกร่อน จนมีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถ เป็นต้น

3. ประตูและพื้นรถ ต้องไม่ชำรุด ผุกร่อน จนมีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถและความปลอดภัยในการใช้งาน สะอาด ไม่มีคราบเปื้อน คราบสกปรก หรือขยะ

4. ที่นั่งผู้ขับรถ ที่นั่งคนโดยสารและพนักพิงศีรษะ ไม่ชำรุดทรุดโทรมหรือเสียหาย ที่นั่งต้องยึดติดกับโครงสร้างรถและตัวถังรถอย่างมั่นคงแข็งแรง

5. ตรวจเข็มขัดนิรภัยและจุดยึดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงตรวจการล็อกและปลดล็อกของเข็มขัดนิรภัยโดยการกระตุกหรือกระชากต้องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. สีรถ ภายนอกตัวรถ ไม่มีรอยแตกร้าว รอยด่าง คราบสนิม หรือรอยหลุดลอกชำรุดจำนวนมากหรือขนาดใหญ่ และสีรถถูกต้องตามเอกสารหลักฐานหรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด

7. เครื่องปรับอากาศ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถปรับอากาศภายในรถและภายในห้องโดยสารได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ปรับทิศทางและแรงลมได้ ไม่มีน้ำรั่วซึมออกจากระบบปรับอากาศภายในรถหรือภายในห้องโดยสาร ไม่มีเสียงดังรบกวน มีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นอับชื้น  

8. ที่เก็บสัมภาระท้ายรถสำหรับผู้โดยสารต้องมีสภาพดี ไม่ชำรุดหรือเสียหาย ผนังทุกด้านปิดทึบมั่นคงแข็งแรงและถาวร รวมถึงมีความสะอาด เรียบร้อย ไม่มีสิ่งของที่จะเป็นอุปสรรคในการวางสัมภาระของผู้โดยสาร

สำหรับเจ้าของรถที่มีความประสงค์จะขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่ กรณีรถที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานครยื่นความประสงค์ได้ที่สำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ส่วนรถที่จดทะเบียนต่างจังหวัดยื่นความประสงค์ได้ที่กลุ่มวิชาการ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่รถนั้นจดทะเบียนครั้งแรก และรถนั้นต้องยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปยังบุคคลอื่น โดยมีหลักฐานประกอบการดำเนินการ ดังนี้ ใบคู่มือจดทะเบียนหรือภาพถ่าย หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะหรือใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทที่ใช้แทนกันได้ที่ยังไม่สิ้นอายุ และหลักฐานการจัดให้มีประกันภัยคุ้มครองบุคคลที่ 3 และประกันภัยเพิ่มเติมที่ให้การคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท

สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายต่อคนในแต่ละครั้ง และความเสียหายต่อทรัพย์สินในวงเงินไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายในแต่ละครั้ง เมื่อผ่านการตรวจสภาพได้รับความเห็นชอบให้ขยายอายุการใช้งานของรถให้ดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถให้เรียบร้อยภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน

 ทั้งนี้ สำหรับรถแท็กซี่ที่ได้รับการขยายอายุการใช้งานจาก 9 ปี เป็น 12 ปีทุกคัน กรมการขนส่งทางบกและกรมควบคุมมลพิษได้กำหนดเงื่อนไขการตรวจสภาพระหว่างการใช้งาน ปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้รถมีสภาพมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยเพียงพอต่อการให้บริการรับส่งผู้โดยสารตลอดอายุการใช้งาน โดยให้นำรถเข้าตรวจสภาพล่วงหน้า 1 เดือน ก่อนถึงวันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี วันครบกำหนด 3 เดือน, 6 เดือน และ 9 เดือน ณ สำนักงานขนส่งในเขตจังหวัดที่รถนั้นจดทะเบียน

นอกจากนี้ กำหนดให้สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรายเดือนเป็นเครื่องสื่อสารแทนการใช้วิทยุสื่อสารได้ โดยให้เจ้าของรถแจ้งหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อนายทะเบียน และแสดงหมายเลขโทรศัพท์ไว้ภายในห้องโดยสารบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และบริเวณประตูตอนหลังด้านนอกรถทั้งสองด้าน และด้านบนของกระจกกันลมด้านหลังรถ หากมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ต้องดำเนินการเปลี่ยนหมายเลขที่แสดงไว้ให้ตรงตามความเป็นจริงด้วย  เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าของรถและผู้ประกอบอาชีพ