กลุ่ม ปตท.ตั้งเป้ามีกำลังผลิตไฟฟ้า16,000MWในปี73

ผู้ชมทั้งหมด 613 

กลุ่ม ปตท.ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เข้ามาปีละ 1,000 เมกะวัตต์ มุ่งสู่กำลังการผลิตรวม 16,000 เมกะวัตต์ในปี 73 พร้อมวางเป้าสัดส่วนรายได้ธุรกิจ New Energy และ New Business รวมกันเป็น 20% ของพอร์ตฟอลิโอ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท.ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานใหม่ (New Energy) อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ามีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเพิ่มปีละ 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตรวม 16,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 โดยแบ่งเป็นเชื้อเพลิงทั่วไป (conventional) หรือ เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติ,น้ำมัน และถ่านหิน ให้บรรลุเป้าหมายมีกำลังการผลิตในมือแตะ 8,000 เมกะวัตต์ และพลังงานหมุนเวียน (Renewable) ให้บรรลุเป้าหมายมีกำลังการผลิตในมือ 8,000 เมกะวัตต์

โดยก่อนหน้านี้ ปตท.ระบุว่า ปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงทั่วไป(conventional) อยู่ที่ประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ และเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียนประมาณ 500 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้านั้น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จํากัด (มหาชน) หรือ GPSC จะยังเป็นแกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. ที่จะขยายการเติบโตไปสู่เป้าหมาย

ขณะเดียวกันเพื่อความแข็งแกร่งในการขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียน ปตท.ยังเข้าไปลงทุนในบริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด หรือ GRP ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ปตท.และ GPSC ถือหุ้นในสัดส่วน 50:50 ซึ่งจะขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ปตท.ก็ไม่ได้ปิดกั้นบริษัทในเครือที่จะมองหาโอกาสเข้าลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า เพื่อสร้างการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในส่วนของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ก็มีแผนลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในเมียนมา (Integrated Domestic Gas to Power) หรือ โครงการ Gas to Power ในเมียนมา โดยร่วมลงทุนกับ GPSC ซึ่งเป็นการลงทุนต่อยอดจากฐานขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียม

นายอรรถพล กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.ตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ New Energy มีสัดส่วนรายได้ 10% และ New Business 10% รวมกันเป็น 20% ของพอร์ตฟอลิโอในปี 2573 และไม่ได้หมายความว่าในส่วนของธุรกิจหลักจะเติบโตลดลง แต่พอร์ตของปตท.จะใหญ่ขึ้นและเติบโตมากขึ้น