กองทุนน้ำมันฯ ติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผู้ชมทั้งหมด 244 

กองทุนน้ำมันฯ แบกภาระชดเชยราคา “ดีเซล-แอลพีจี” ติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ กบน. เร่งถกหาวิธีรับมือ พยุงราคาต่อ หรือ ปล่อยดีเซล เกิน 35 บาทต่อลิตร    

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ช่วงบ่าย วันนี้ (27 มิ.ย.2565) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) เพื่อหารือถึงแนวทางรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น จนส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีสถานะติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ล่าสุด ณ วันที่ 26 มิ.ย. 2565 กองทุนน้ำมันฯ มีสถานะสุทธิ ติดลบรวม 102,586 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 65,202 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม(LPG) ติดลบ 37,384 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐที่ได้ใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันฯเข้าไปชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล และLPG เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ใช้น้ำมันและLPG ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กบน.ได้มีมติชดเชยราคาดีเซล ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 10.91 บาทต่อลิตร ซึ่งหากในเดือน ก.ค.นี้ ภาครัฐยังไม่ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชย อาจส่งผลให้ราคาดีเซล ทะลุ 35 บาทต่อลิตร หรือขึ้นไปตามต้นทุน อีก 5.45 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาดีเซล อาจทะลุ 40 บาทต่อลิตร

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) รายงาน ค่าการตลาดดีเซล ระหว่างวันที่ 1-27 มิ.ย. 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.12 บาทต่อลิตร ส่วนค่าการตลาดผู้ค้าดีเซล ณ วันที่ 27 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 1.24 บาทต่อลิตร ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ผู้ค้าน้ำมันจะปรับขึ้นราคาขายปลีกดีเซล หากราคาน้ำมันโลกยังทรงตัวระดับสูงและค่าการตลาดผู้ค้าดีเซลลดต่ำกว่า 1.40 บาทต่อลิตร

“ข้อมูลดังกล่าว ทำให้ กบน. ต้องเร่งหาแนวทางรับมือผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น เพื่อพิจารณาแนวทางพยุงราคาดีเซลต่อ หรือต้องปรับขึ้นราคาดีเซล ขณะเดียวกัน กบน.ยังเร่งสรุปแนวทางลดค่าการกลั่นหลังจากหารือกับกลุ่มโรงกลั่นไปหลายรอบแล้ว ซึ่งคาดว่า จะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาในเร็วๆนี้”

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ล่าสุด วันที่ 27 มิ.ย. 2565 เวลาประมาณ 15.00 น. ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ระดับ 118.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่  108.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น  0.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) อยู่ที่ 113.93  ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล