‘การบินไทย’ วางเป้าปี 65 รายได้ 8 หมื่นล้านบาท ลุ้นกลับไปบินจีนปกติต้นปี 66 

ผู้ชมทั้งหมด 274 

การบินไทย‘ วางเป้าปี 65 รายได้ 8 หมื่นล้านบาท หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ โควิด-19 เป็นโรคท้องถิ่น คาดผู้โดยสาร 4.48 ล้านคน ขณะที่ปี 66 เป้ารายได้ 1.29 แสนล้านบาท คาดกลับมาบินจีนขนส่งผู้โดยสารต้นปี 66 เตรียมพร้อมรับไฮซีซั่น เร่งปรับปรุงเครื่องบิน 5 ลำเพิ่มความถี่เส้นทางเอเชีย

นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่าการบินไทยตั้งเป้าหมายรายได้รวมของปี 2565 อยู่ 80,000 ล้านบาท เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมการบินกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากหลายประเทศทั่วโลกได้เปิดประเทศเต็มรูปแบบ หลังจากสถานการณ์โควิด – 19 คลี่คลาย ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารของการบินไทยเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่พบว่ามีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิ้นแฟกเตอร์) สูงถึง 90% ส่งผลให้ภาพรวมเคบิ้นแฟกเตอร์สูงอยู่ที่ 70-80% ขณะที่ยอดจองล่วงหน้า (บุ๊กกิ้ง) ในเดือนกรกฎาคมนี้ สูงถึง 60% แล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลประกาศโควิด – 19 เป็นโรคท้องถิ่นตั้งแต่1 กรกฎาคม 2565

ขณะเดียวกันในช่วงฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2565 การบินไทยประเมินว่าจะมีปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารสูงอย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นการฟื้นตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่ปลายปี 2562 ก่อนช่วงเกิดโควิด – 19 และคาดว่าปริมาณผู้โดยสารในปี 2565 จะปิดตัวเลขอยู่ที่ 4.48 ล้านคน ส่วนในปี 2566 คาดการณ์ปริมาณตัวเลขผู้โดยสารของการบินไทยจะอยู่ที่ 9.18 ล้านคน ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตเป็น 1.29 แสนล้านบาท และคาดว่ามีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 32,000 ล้านบาท

นอกจากนี้เพื่อเตรียมความพร้อมของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน การบินไทยได้ปรับแผนนำเครื่องบินที่ตามแผนจะปลดระวาง นำมาปรับปรุงใหม่เพื่อให้บริการเสริมฝูงบินรองรับไฮซีซั่นนี้ จำนวน 5 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินรุ่นแอร์บัส เอ330 จำนวน 3 ลำ และโบอิ้ง 777-200 จำนวน 2 ลำ โดยจะทยอยนำมาใช้ได้ตั้งแต่ต้นปี 2566 รองรับการให้บริการในเส้นทางที่ทำกำไรและมีความต้องการสูง อาทิ เกาหลี สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ที่การบินไทยอยู่ระหว่างขอเพิ่มความถี่เที่ยวบิน 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาการบินไทยได้เพิ่มจำนวนเที่ยวบินและเส้นทางบินที่ให้บริการเพื่อรองรับปริมาณความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และมีอัตราการสำรองที่นั่งล่วงหน้าในช่วงไตรมาสที่ 3/2565 ที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 

โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ปี 2565 การบินไทยได้เพิ่มจุดบินและความถี่เพื่อรองรับการฟื้นตัวของปริมาณการเดินทาง ได้แก่ เดลี มุมไบ เจนไน เบงกาลูรู ละฮอร์ การาจี อิสลามาบัด ฮานอย โฮจิมินห์ พนมเปญ เมลเบิร์น ลอนดอนจาการ์ตา ธากา แฟรงก์เฟิร์ต ไทเป สิงคโปร์ โคเปนเฮเกน มิวนิก ซูริก เป็นต้น และช่วงไตรมาสที่ 3 มีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ได้แก่ จาการ์ตา ไทเป สิงคโปร์ โคเปนเฮเกน มิวนิก ซูริก โซล 

นอกจากนี้ ได้เปิดให้บริการเส้นทางบินเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมเส้นทางหลักไปยังจุดหมายปลายทางในภูมิภาคต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ โตเกียว (สนามบินฮาเนดะ) บรัสเซลส์ เจดดาห์ ส่วนประเทศจีนคาดว่าจะเริ่มเปิดประเทศในช่วงต้นปี 2566 ก็จะทำให้การบินไทยสามารถกลับมาทำการบินขนส่งผู้โดยสารได้ จากปัจจุบันมีเพียงเที่ยวบินขนส่งสินค้า และไปรษณียภัณฑ์ของบริษัท ทั้งในส่วนของการขนส่งในเที่ยวบินโดยสารตามตารางบินและเที่ยวบินเช่าเหมาลำขนส่งสินค้ารวมในเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา มีจำนวน 2,104 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 คิดเป็นสัดส่วน 41%