ซีพีเอฟ ร่วมดูแลความมั่นคงในชีวิตผู้พิการหนุนมีรายได้ต่อเนื่องฝ่าโควิด

ผู้ชมทั้งหมด 192 

สถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด 19 ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าวิกฤตเศรษฐกิจ การปิดตัวของธุรกิจและกิจการต่างๆ ทำให้จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น  โดยในช่วงมากกว่า 1 ปีตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด19 กลุ่มเปราะบางถูกกระทบทั้งสภาพความเป็นอยู่และรายได้ อาทิ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้สูงอายุ ผู้พิการ  เป็นกลุ่มที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้        
   
ภาคเอกชนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการช่วยดูแลและส่งเสริมคุณค่าของผู้พิการในสังคม ให้มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว แม้จะอยู่ในช่วงโควิด 19  อาทิ “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่มีวัตถุประสงค์หลักแก้ปัญหาทุพโภชนาการของนักเรียนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลและในถิ่นทุรกันดาร เป็นความร่วมมือของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และเครือข่ายพันธมิตร ที่ดำเนินโครงการมามากกว่า 30 ปีแล้ว

ขณะเดียวกัน  การดำเนินโครงการดังกล่าวช่วยสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและความมั่นคงในชีวิตของผู้พิการ  โดยจ้างงานผู้พิการในชุมชนช่วยทำงานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนตามศักยภาพของผู้พิการ เช่น ช่วยดูแลความสะอาดบริเวณโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่  ทำความสะอาดภายในโรงเรียน รดน้ำต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น  โดยเฉพาะจากสถานการณ์ระบาดของโควิด 19 ผู้พิการหลายรายเป็นเรี่ยวแรงหลักในการหารายได้เพื่อดูแลครอบครัว  เพราะคนในครอบครัวที่เคยมีงานทำต้องตกงานจากการถูกเลิกจ้าง
   
“แม็ก” อายุ 24 ปี ผู้พิการที่ซีพีเอฟจ้างช่วยงานในโรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร) อ.เมือง จ.เชียงราย โรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน  แม็ก เล่าว่า ประสบอุบัติเหตุทำให้นิ้วขาด ปัจจุบันช่วยทำงานที่โรงเรียน 4-5 เดือน ต้องขอบคุณซีพีเอฟที่มีโครงการดีๆ ทำให้ผู้พิการมีงานทำ มีรายได้  เพราะโอกาสในการหางานทำของผู้พิการไม่ใช่เรื่องง่าย  เรามีงานทำทำให้รู้สึกมีความมั่นคงในชีวิต มีความสุขในการทำงาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงโควิด  19 น้องสาวของตน 2 คนซึ่งทำงานในร้านอาหารและร้านบุฟเฟต์ต้องตกงาน จึงเหลือผมเพียงคนเดียวที่มีรายได้เป็นเสาหลักของครอบครัว เลี้ยงดูพ่อแม่ และช่วยเหลือน้องๆบางส่วน
 
“เค” อายุ 44 ปี ช่วยงานในโรงเรียนบ้านเมืองเก่าศรีอินทราทิตย์  ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่มาตั้งแต่ปี  25 63 และซีพีเอฟจ้างงานผู้พิการ 2 คน  เพื่อช่วยงานในโรงเรียน  เคเล่าว่า เคยประสบอุบัติเหตุรถล้ม ตั้งแต่อายุ 18 ปี ทำให้หลังเหยียดตรงไม่ได้ ก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่โรงเรียน เคยเป็นช่างแกะสลักไม้ แต่รายได้ไม่แน่นอน และไม้ที่จะนำมาแกะสลักก็หายาก จึงสมัครเข้าทำงานที่โรงเรียนมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 มีหน้าที่ดูแลความสะอาดบริเวณโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่   ให้อาหารไก่ เก็บไข่ไก่ จดบันทึกผลผลิตไข่ไก่แต่ละวัน  รดน้ำต้นไม้  เป็นต้น  ทำงานที่นี่มีความสุข สบายใจ งานไม่หนักเกินกำลังที่เราจะทำสภาพความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น รายได้พอกิน พอใช้  พอเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงแม่ ตั้งใจจะทำงานช่วยโรงเรียนไปเรื่อยๆ  และขอขอบคุณซีพีเอฟที่ทำให้ผมมีงานทำอยากให้มีโครงการดีๆอย่างนี้ตลอดไป

ด้าน “นิ” อายุ 32 ปี ช่วยเหลืองานที่โรงเรียนบ้านเมืองกาญจน์ จ.เชียงราย โรงเรียนเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน  และซีพีเอฟจ้างงานผู้พิการช่วยงานในโรงเรียน “นิ” เล่าว่า มีปัญหาเกี่ยวกับความไม่ปกติของระบบประสาท  ขณะที่เธอเคยใฝ่ฝันจะเป็นคุณครู เธอจึงบอกว่า  เธอโชคดี  ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคุณครู แต่ได้ช่วยงานของคุณครู แบ่งเบาภาระงานต่างๆในโรงเรียน  งานที่นิได้รับมอบหมาย เช่น ปลูกผัก  รดน้ำต้นไม้ ดูแลความสะอาดบริเวณโรงเรียน  เธอบอกว่า อยากให้ซีพีเอฟทำโครงการดีๆ แบบนี้ ให้กับทุกโรงเรียน  เพราะเป็นโครงการที่ช่วยให้ผู้พิการมีโอกาสมีงานทำ  มีความมั่นคงในชีวิต ไม่เป็นภาระของครอบครัว และภูมิใจที่มีส่วนในการดูแลคนในครอบครัวด้วย

ปัจจุบัน ซีพีเอฟจัดจ้างผู้พิการช่วยทำงานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนรวม 394 ราย ใน 242 โรงเรียนทั่วประเทศ  (ณ มิ.ย. 64 มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน 855 โรงเรียน ) นอกจากช่วยสนับสนุนให้ผู้พิการมีงานทำและมีรายได้ ยังเป็นการสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้กับผู้พิการ ลดภาระของโรงเรียนในการจัดจ้างนักการเพื่อช่วยงานต่างๆในโรงเรียน  สามารถนำงบประมาณไปใช้พัฒนาโรงเรียนในด้านอื่นๆ 
  
โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาทุพโภชนาการและการขาดสารอาหารของเด็กนักเรียน แต่ซีพีเอฟยังใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านอาหาร ถ่ายทอดองค์ความรูู้การเลี้ยงไก่ไข่ให้กับคุณครูและนักเรียน สามารถนำไปใช้เป็นอาชีพได้ ในอีกด้านหนึ่งโครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ผู้พิการ โดยจ้างงานผู้พิการช่วยงานของโรงเรียน  ทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง พึ่งพาตนเองได้ และยังจุนเจือไปถึงครอบครัวด้วย