ทีม PRISM Experts คาดราคาน้ำมันดิบดูไบปีหน้า แกว่ง 85-95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ผู้ชมทั้งหมด 100 

ทีม PRISM Experts กลุ่ม ปตท. ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2566 เคลื่อนไหวในกรอบ 85-95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ท่านกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน พร้อมจับตาปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะที่ กลุ่มปตท. ยังขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายCarbon Neutrality ภายในปี 2040 และ Net Zero ภายในปี 2050

ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM Experts) ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์สถานการณ์พลังงานภาพรวมปี 2023 ยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Dubai เฉลี่ยปี 2023 ในกรอบ 85-95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ด้วยเชื่อว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 แต่อุปทานน้ำมันจากรัสเซียอาจจะหายไปจากตลาด หลังยุโรปเริ่มการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันรัสเซียเต็มรูปแบบในปลายปี 2022  รวมทั้งความร่วมมือของ OPEC+ ในการพยุงราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ จะสามารถเพิ่มการผลิต เพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหายไปจากรัสเซียได้หรือไม่ รวมถึงประเด็นการยกเลิกคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และเวเนซุเอล่า ที่อาจเป็น Game Changer ในการเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบเข้ามาในตลาด

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาออนไลน์  2022 The Annual Petroleum Outlook Forum ภายใต้หัวข้อ “Thriving amid Global Energy Volatility towards Sustainable Future – เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลก” และได้เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานของโลกในปัจจุบันว่า  ยังคงอยู่ท่ามกลางความผันผวน  จากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวทำให้ความต้องการพลังงานเพิ่มสูงขึ้น  รวมถึงความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์  ที่นำไปสู่วิกฤติพลังงานในหลายๆประเทศ  ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ประชาคมโลกต่างต้องร่วมมือผลักดันการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยในการประชุม COP27 ที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์  ประเทศไทยได้ร่วมแถลงยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม  ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ตามที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ใน COP26 ในปีที่ผ่านมา

ท่ามกลางความผันผวนนี้  กลุ่ม ปตท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนเตรียมความพร้อมและจัดหาพลังงานรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง  รวมถึงได้มีการปรับทิศทางและกลยุทธ์องค์กร  มุ่งพัฒนาธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต  ตอบรับทิศทางโลกที่จะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร  ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน  และธุรกิจใหม่อื่นๆ  พร้อมประกาศเจตนารมณ์ กลุ่ม ปตท. มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 15  ภายในปี 2030 บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศ  กลุ่ม ปตท. พร้อมเป็นกำลังสำคัญสร้างความมั่นคงทางพลังงาน  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุลและยั่งยืน

นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เปิดเผยว่า  ในปี 2022 นี้  หลายประเทศต่างให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและการเข้าถึงพลังงานเป็นประเด็นหลัก  อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพภูมิอากาศทั่วโลกที่แปรปรวน  รวมถึงภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน  ทำให้เราต้องตระหนักและร่วมมือกันแก้ไขปัญหา Climate Change อย่างต่อเนื่องจริงจัง  โดยนักวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน กลุ่ม ปตท. หรือ “PRISM Experts”  ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์ทิศทางราคาน้ำมัน  รวมถึง  ความท้าทายที่อุตสาหกรรมพลังงานต้องเผชิญ  เป็นที่มาของหัวข้อสัมมนาในปีนี้ “Thriving amid Global Energy Volatility towards Sustainable Future : เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลก”

นอกจากนั้น  ยังได้รับเกียรติจากนายกุลิศ สมบัติศิริ  ปลัดกระทรวงพลังงาน  นายธาริฑธิ์  ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ นายเกียรติชาย  ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ  องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤตพลังงาน  สู่ความยั่งยืน”  เพื่อร่วมหาทางออกในสถานการณ์ที่ท้าทายที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ  สู่สมดุลใน 3 มิติ คือ การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม  การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต และการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน นายบัณฑิต  กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้ งานสัมมนา 2022 The Annual Petroleum Outlook Forum  เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  และบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อนำเสนอบทวิเคราะห์ทิศทางราคาน้ำมัน  สถานการณ์พลังงานและความท้าทายที่กระทบอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก  โดยทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน หรือ “PRISM Experts” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ผู้สนใจสามารถรับชมได้ทาง https://prism.pttgrp.com, YouTube และ Facebook : PRISM