“บ้านปู เน็กซ์”จับมือไทร เบคก้าฯติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำ16MW

ผู้ชมทั้งหมด 88 

‘บ้านปู เน็กซ์’ จับมือ ‘ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส’มุ่งพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในไทยด้วยกำลังผลิตสูงถึง 16 เมกะวัตต์ เพื่อเสริมให้นิคมฯ มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าติดตั้งระบบฯ ในเดือน ก.พ. 64

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU และบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัดกล่าวว่า บ้านปู เน็กซ์ ได้ลงนามกับบริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ.ระยอง เพื่อพัฒนาและดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ หรือโซลาร์ลอยน้ำ’ (Solar Floating) ในนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง ขนาดกำลังการผลิตรวมสูงถึง 16 เมกะวัตต์ในบ่อเก็บน้ำขนาดพื้นที่รวมประมาณ 4,293,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งนับเป็นโครงการโซลาร์ลอยน้ำของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาโปรเจกต์ระดับแฟล็กชิพที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมมอบบริการที่ครบวงจร (one stop service) โดยได้นำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาใช้ควบคุมการทำงานของระบบฯ เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประมวลผลการใช้พลังงานสะอาดได้อย่างแม่นยำ เอื้อต่อการวางแผนด้านการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยบริษัทจะเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูง ทนความชื้นและทนต่อการกัดกร่อน ส่วนตัวทุ่นลอยจะใช้ชนิดที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการสัมผัสอาหาร (HDPE Food Contact Grade) ที่ปลอดภัยต่อระบบนิเวศใต้น้ำ มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับแผงโซลาร์เซลล์ได้หลากหลายประเภท และปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีการคำนวณระยะห่างของแผงโซลาร์เซลล์ และผิวน้ำที่เหมาะสม รวมถึงออกแบบทุ่นลอย และระบบแผงให้รองรับการสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้นจากคลื่นน้ำ หรือกระแสลม อีกทั้งยังสามารถมอนิเตอร์การผลิตไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนทันทีหากเกิดเหตุขัดข้องทันทีผ่านโมบายแอปพลิเคชันของบริษัทฯ

ด้านนายหลักชัย กิตติพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ.ระยอง กล่าวว่า บริษัทฯต้องการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมยางปลายน้ำที่นำยางแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น อุตสาหกรรมผลิตล้อยางรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นต้น และเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อให้เหล่าผู้ประกอบการ พนักงาน และชุมชนใกล้เคียงสามารถทำงาน และอาศัยอยู่ร่วมกันได้ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

ขณะเดียวกันยังมุ่งผลักดันให้นิคมฯ แห่งนี้ เป็นนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคที่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ มาใช้ในกระบวนการผลิต และการลำเลียงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงในระยะเวลาการผลิตที่น้อยที่สุด ทำให้มีการใช้พลังงานอย่างมหาศาล ดังนั้นบริษัทจึงดำเนินการลงทุนในโครงการดังกล่าว โดยโครงการโซลาร์ลอยน้ำจะเริ่มเดินหน้าติดตั้งระบบฯ ได้ในเดือน ก.พ. 64 และตั้งเป้าจะแล้วเสร็จภายในปี 64

โครงการโซลาร์ลอยน้ำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน ซึ่งตลอดอายุสัญญา 20 ปีนั้นคาดว่าจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 200 ล้านบาท ลดมลภาวะและสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะขยาย และพัฒนาพื้นที่เพิ่มอีก 3,000 ไร่ สำหรับอุตสาหกรรม S-CURVE ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด และการใช้เทคโนโลยีระดับสูง จะช่วยดึงดูดใจให้นักลงทุนทั้งจากในประเทศ และต่างชาติเข้ามาลงทุนในนิคมฯ