“พลังงาน” ร่อนหนังสือถึง “ก.คลัง” ขอลดภาษีอุ้มดีเซล

ผู้ชมทั้งหมด 736 

ก.พลังงาน ส่งหนังสือถึง ก.คลัง ขอพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันกลุ่มดีเซล จากเก็บอยู่ 5.99 บาทต่อลิตร อุ้มราคาไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร หลังกองทุนน้ำมันฯ ติดลบพุ่งกว่า 7 พันล้านบาท

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ล่าสุด ณ วันที่ 12 ม.ค. 2564 พบว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับเพิ่มขึ้น 2.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 82.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสเท็กซัส ปรับขึ้นมา 1.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 82.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2561 และหลายประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร (OPEC+) ยังคงประสบปัญหาในการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบให้ได้ตามเป้าหมายของแต่ละประเทศ

ปัจจัยดังกล่าว ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19  แม้ว่ากระทรวงพลังงาน จะนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปดูแลผลกระทบผ่านราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากสถานะของกองทุนฯ ยังอยู่ในภาวะวิกฤตบัญชีติดลบ และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) อยู่ระหว่างเตรียมการกู้เงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อมาดูแลราคาน้ำมัน แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน ระบุว่า กระทรวงพลังงาน ได้ส่งหนังสือไปยังกรมสรรพสามิต เพื่อขอให้พิจารณาใช้มาตรการทางด้านภาษีเข้ามาช่วยตรึงราคาน้ำมันขายปลีกดีเซล ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เนื่องจากเงินกองทุนน้ำมันฯ ประสบปัญหาติดลบแล้ว และกระทรวงพลังงาน ยังคงมาตรการตรึงราคาดีเซล ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ไปตลอดจนถึงสิ้นเดือนมี.ค. 2565 โดยข้อความในหนังสือ ไม่ได้ระบุว่าต้องลดภาษีเท่าไหร่ แต่เป็นเพียงการส่งสัญญาณให้กระทรวงการคลัง เข้ามาช่วยพยุงราคาน้ำมันในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกสูง และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปลายปี 2564  ที่ระบุเกี่ยวกับแผนรองรับวิกฤติพลังงานว่า ให้กรมสรรพสามิตต้องเข้ามาช่วยลดภาษีน้ำมันได้ กรณีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประสบปัญหาติดลบ

“ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ได้หารือกันเกี่ยวกับการลดภาษีน้ำมัน โดยจัดทำรูปแบบอัตราการลดภาษีในกรณีต่างๆ พร้อมผลกระทบที่เกี่ยวข้องให้กรมสรรพสามิตได้ศึกษาข้อมูล แต่การจะปรับลดภาษีหรือไม่ และอัตราเท่าไหร่ ยังขึ้นอยู่กับการพิจารณา ที่จะเป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด”  

ทั้งนี้ สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 9 ม.ค. 2565 เงินกองทุนน้ำมันฯสุทธิ ติดลบ 7,327 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน อยู่ที่ 16,237 ล้านบาท บัญชีก๊าซหุงต้ม(LPG) ติดลบ 23,564 ล้านบาท

ส่วนอัตราภาษีสรรพสามิต ปัจจุบัน ผู้ใช้น้ำมันดีเซล เสียภาษีน้ำมันอยู่ที่ 5.99 บาทต่อลิตร, น้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 6.5 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์95 และ 91 อยู่ที่ 5.85 บาทต่อลิตร,แก๊สโซฮอล์E20 อยู่ที่ 5.2 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์E85 อยู่ที่ 0.97 บาทต่อลิตร