รฟท.แจงทุกข้อสงสัยประมูลรถไฟสายเหนือ-อีสาน

ผู้ชมทั้งหมด 475 

รฟท. ตอบข้อสงสัยนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ข้อเท็จจริงการประมูลโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ชี้แจงถึงกรณีที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ประมูลรถไฟทางคู่เหนือ-อีสาน งานเข้า!เหตุเปลี่ยนทีโออาร์ โดยรฟท.ระบุว่า การประมูลโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ แบ่งเป็น 3 สัญญา และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม แบ่งเป็น 2 สัญญา โดยแต่ละสัญญารวมงานระบบอาณัติสัญญาณฯ เนื่องจากประสบการณ์การดำเนินโครงการต่างๆในอดีต ทำให้เห็นว่าการแบ่งน้อยสัญญามีข้อดีมากกว่าการแบ่งเป็นสัญญาย่อยจำนวนมาก ตามรายละเอียดดังนี้

การแบ่งสัญญาออกเป็นสัญญาย่อยหลายสัญญาทำให้การบริหารจัดการโครงการจะเกิดความทับซ้อน ซึ่งมีผลเสียต่อการดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้างจะต้องเสนอขออนุมัติทำงานในทุกขั้นตอนของการก่อสร้างและทุกสัญญา ซึ่งทำให้กระบวนการดำเนินงานทั้งหมดเกิดความซ้ำซ้อน

การควบคุมงาน อาจมีการวินิจฉัยสัญญาแตกต่างกันในหัวข้อการพิจารณาเดียวกัน การบริหารวัสดุก่อสร้างในสัญญาที่กำหนดให้ใช้วัสดุที่ได้จากการขุดมาใช้เป็นวัสดุถม ซึ่งการแบ่งหลายสัญญาอาจทำให้ไม่มีงานขุดกับงานถมอยู่ในสัญญาเดียวกัน แต่ถ้าเป็นสัญญาขนาดใหญ่ซึ่งมีงานขุดและงานถมอยู่ในสัญญาเดียวกันก็สามารถนำวัสดุงานขุดไปใช้เป็นวัสดุงานถมได้ทำให้ประหยัดงบประมาณค่าก่อสร้าง

โดยหากแยกสัญญาระบบอาณัติสัญญาณฯ ออกจากงานโยธาจะมีปัญหาเรื่องการได้ตัวผู้รับจ้างไม่พร้อมกันทำให้มีปัญหาในเรื่องการทำงานในพื้นที่เดียวกัน ดังที่ปรากฏในโครงการทางคู่ระยะที่ 1 สายใต้(นครปฐม-ชุมพร) สายอีสาน (มาบกะเบา-จิระ) และสายเหนือ (ลพบุรี-ปากน้ำโพ)

ขณะที่โครงการที่รวมงานโยธาและอาณัติสัญญาณฯ ไว้ในสัญญาเดียวกัน เช่น โครงการทางคู่ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย โครงการทางคู่ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ทำงานทับซ้อนแต่อย่างใด เพราะเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน ส่วนการรอข้อมูลงานอาณัติสัญญาณฯ การรวมสัญญางานโยธากับระบบอาณัติสัญญาณฯ ผู้รับเหมาจะประสานข้อมูลกันภายในไม่ต้องรอข้อมูล แต่หากแยกสัญญาผู้รับเหมางานโยธาต้องรอรับข้อมูลการทำงานจากผู้รับเหมางานระบบอาณัติสัญญาณฯ  เป็นต้น

กรณีที่แบ่งเป็นสัญญาใหญ่สามารถลดค่าใช้จ่ายค่าดำเนินการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการเตรียมการค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายสำนักงานสนาม ค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมบุคลากรควบคุมงาน ค่าใช้จ่ายเครื่องจักร ยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายการจ้างที่ปรึกษา PMC เป็นต้น นอกจากนี้แล้วในกรณีที่แบ่งเป็นสัญญาใหญ่และรวมสัญญาโยธากับระบบอาณัติสัญญาณฯ เข้าไว้ด้วยกันสามารถควบคุมบริหารจัดการให้โครงการแล้วเสร็จทันเวลา และเปิดเดินรถได้ตามแผนที่วางไว้ได้ดีกว่าการแบ่งเป็นสัญญาย่อย ๆ หรือแยกงานระบบอาณัติสัญญาณฯ ออกจากงานโยธา

ส่วนการกำหนดผลงานก่อสร้างเป็นไปตามระเบียบและหนังสือของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ของกรมบัญชีกลาง ที่ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยให้กำหนดผลงานก่อสร้างเป็นผลงานประเภทเดียวกับงานที่ประกวดราคาและมีมูลค่าไม่เกิน 50% ของมูลค่างานที่ประกวดราคา การกำหนดผลงานก่อสร้างทางรถไฟเป็น 15% ของมูลค่างานจึงเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดและการรถไฟฯ ได้คำนึงถึงจำนวนผู้ที่มีผลงานสามารถเข้าร่วมการแข่งขันที่เพียงพอแล้ว

ทั้งนี้สำหรับสายเด่นชัย ผลงานก่อสร้างอุโมงค์กำหนดผลงานไว้ 5% ของค่าก่อสร้างงานอุโมงค์ เป็นผลงานทั้งในและต่างประเทศ เพราะการก่อสร้างงานอุโมงค์เป็นส่วนสำคัญของงานในแต่ละสัญญา โดยผลงานก่อสร้างอุโมงค์นี้กำหนดให้เป็นผลงานของสมาชิกกิจการร่วมค้าได้ เพื่อให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันที่เพียงพอ ส่วนสายบ้านไผ่-นครพนม แม้ไม่มีงานอุโมงค์ แต่ก็มีระยะเวลาการก่อสร้างเพียง 48 เดือน ที่ต้องวางแผนงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับการได้พื้นที่ก่อสร้างจากการเวนคืน

ทั้ง 2 โครงการจึงต้องการผู้ประกอบการที่มีขีดความสามารถดำเนินงาน หรือบริหารความร่วมมือจากผู้ประกอบการอื่นๆที่มาร่วมมือกันทำงานตามความเชี่ยวชาญและความชำนาญได้อย่างสอดคล้องลงตัวกัน จึงกำหนดผลงานการก่อสร้างไว้ที่ 15% ของมูลค่าสัญญา ซึ่งก็ประเมินแล้วว่ามีผู้ประกอบการที่มีมากพอที่จะเกิดการแข่งขันกันเสนอราคา

ส่วนการรวมสัญญางานโยธาและระบบอาณัติสัญญาณฯ ไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเลือกออกหนังสือรับรองให้กับผู้รับเหมารายใดรายหนึ่งตามที่มีการตั้งข้อสังเกต เพราะผู้ผลิตที่มีคุณสมบัติตามที่การรถไฟฯ กำหนด มีอยู่หลายราย และเงื่อนไขการประกวดราคาก็ไม่ได้กำหนดให้ผู้ผลิตฯ ออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้รับเหมาเพียงรายเดียวแต่อย่างใด

สำหรับการกำหนดผลงานการก่อสร้างทางรถไฟเป็น 15% และรวมงานระบบอาณัติสัญญาณไว้ด้วยนั้น ไม่ได้เป็นการกีดกันการแข่งขันในการประกวดราคาแต่อย่างใด เพราะโครงการทางคู่ 2 สายแรก สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และชุมทางจิระ-ขอนแก่น ได้กำหนดมูลค่าผลงานก่อสร้างทางรถไฟไว้ 25% และรวมงานระบบอาณัติสัญญาณฯ ไว้ด้วย ซึ่งการประกวดราคาและการบริหารจัดการงานก่อสร้างโครงการทั้งสองได้แล้วเสร็จครบถ้วนตามเป้าหมายทุกประการ

อย่างไรก็ตามผู้รับเหมาขนาดย่อมถึงขนาดกลางก็สามารถเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ได้ โดยเห็นได้จากเงื่อนไขการประกวดราคาที่การรถไฟฯ กำหนดในครั้งนี้ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้รับเหมาขนาดย่อมถึงขนาดกลางที่มีผลงานตามที่กำหนดหรือขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการงานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างทางหรือสาขางานก่อสร้างสะพานสามารถเข้าร่วมประมูลในรูปแบบสมาชิกกิจการร่วมค้าได้