ร.ฟ.ท.ประมูลทางคู่2โครงการ1.27แสนล้านพ.ค.นี้

ผู้ชมทั้งหมด 464 

ร.ฟ.ท. พ.ค.นี้เตรียมเปิดประมูลรถไฟทางคู่ 2 โครงการสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม มูลค่ารวมกว่า 1.27 แสนล้าน ขณะเดียวกัน “คมนาคม” เร่งประมูลส่วนต่อขยายรถไฟทางคู่ 4 โครงการหวังเชื่อมต่อไร้คอขวด

แหล่งข่าวระดับสูงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 โครงการ คือ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ค่าก่อสร้างงานโยธา 7.29 หมื่นล้านบาท และสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ค่าก่อสร้างงานโยธา 5.46 หมื่นล้านบาทเตรียมเปิดประมูลเดือนพฤษภาคม 2564 โดยสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ร.ฟ.ท.มีกำหนดเปิดให้ยื่นเอกชนข้อเสนอ และเสนอราคาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 และลงนามในสัญญาวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ส่วนสายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม มีกำหนดเปิดให้ยื่นข้อเสนอในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564

ขณะเดียวกันโครงการรถไฟทางคู่ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้เร่งรัดให้ดำเนินการประมูลเพิ่มเติมอีก 4 โครงการวงเงินรวมกว่า 1.3 แสนล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 25,842 ล้านบาท โดยเส้นทางนี้จะเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อการขนส่งจากจีน ลาว ไทย และต่อกับเส้นทางภายในประเทศมาสิ้นสุดที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยปัจจุบันโครงการนี้ได้ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ตั้งแต่ 20 กรกฎาคม 2563

2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 37,527.10 ล้านบาท ปัจจุบันผ่านการเห็นชอบ EIA แล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 จึงเป็นโครงการที่สามารถขับเคลื่อนต่อไปทันที 3.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม.วงเงิน 62,859.74 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา EIA โดยกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นความสำคัญของการผลักดันเส้นทางนี้ เนื่องจากจะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นโครงข่ายรถไฟทางคู่ที่สมบูรณ์

4.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม.วงเงิน 6,661.37 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการผ่านมาพิจารณา EIA มาแล้ว ตั้งแต่ 1 ส.ค.2561 สามารถนำมาเปิดประมูลและก่อสร้างได้ โดยกระทรวงฯ เล็งเห็นว่าโครงการนี้ หาก ร.ฟ.ท.ผลักดันแล้วเสร็จ จะกลายเป็นสายทางสำคัญที่สนับสนุนการเดินทาง ขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวระหว่างไทย – มาเลเซีย

ทั้งนี้โครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 4 โครงการนั้นหากก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งผลให้การขนส่งทางรถไฟมีความสะดวกสบายที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางแบบไร้คอขวด โดยปัจจุบันทุกโครงการอยู่ในขั้นตอนรออนุมัติโครงการ เพื่อเปิดประกวดราคา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตอบข้อซักถามสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หากแล้วเสร็จก็จะเป็นขั้นตอนเสนอสำนักงบประมาณ และคณะรัฐมนตรี (ครม.)