“สุพัฒนพงษ์”ลั่นเงื่อนไขโรงไฟฟ้าชุมชนเน้นรับซื้อโครงการใหม่

ผู้ชมทั้งหมด 60 

“สุพัฒนพงษ์” สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปเงื่อนไขรับซื้อไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ยันเบื้องต้นนำร่องเฟสแรก 100-150 เมกะวัตต์ สัปดาห์หน้าพร้อมหารือผู้ประกอบการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ สถาบันการเงินสรุปเงื่อนไข หวังชงเข้า กพช. ได้สิ้นเดือน ต.ค.63 ประกาศรับซื้อภายในสิ้นปี 63

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายในงานพบปะสื่อมวลชน ว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากนั้นอยู่ระหว่างการปรับรายละเอียด เงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร และชุมชนให้มากที่สุด โดยจะเน้นให้มีการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ที่ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน พืชโตเร็ว เพื่อเพิ่มการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน

อย่างไรก็ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ของโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนฯ นั้นจะต้องมีการส่งเสริมปลูกพืชพลังงานหรือไม้โตเร็ว เช่น การส่งเสริมปลูกหญ้าเนเปียร์ ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 6 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวมาเป็นเชื้อเพลิงได้ ส่วนกระถินณรงค์ ก็อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี และเพื่อตอบโจทย์การสร้างงานหรือสร้างอาชีพเพิ่มก็จะเน้นใช้ไม่โตเร็วที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมาเป็นเชื้อเพลิง โดยอาจจะมีการประกันราคารับซื้อ แต่ก็สามารถใช้วัตถุดิบเหลือใช้มาเป็นเชื้อเพลิงได้ไม่เกิน 20% และต้องไปดูว่าพื้นที่ปลูกมีได้มากน้อยเพียงใดเพราะต้องใช้พื้นที่มากเกษตรกรจะต้องรวมตัวกัน

ขณะเดียวกันนี้ก็ไม่ได้ปิดกั้นผู้ประกอบการรายเดิมที่ได้รับใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล และชีวภาพและพร้อมที่จะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) อยู่แล้วพร้อมหากแต่จะต้องปรับให้เข้ากับเงื่อนไขใหม่ก็ไม่ปิดกั้น และไม่ปิดกั้นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ 

ทั้งนี้ภายในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการ, เกษตรกร, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, และสถาบันการเงิน มาหารือเพื่อสรุปเงื่อนไขหลักเกณฑ์การคัดเลือกโรงไฟฟ้าชุมชนฯ ทั้งนี้ภายหลังจากได้ข้อสรุปแล้วจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการนำร่อง 100-150 เมกะวัตต์ภายในสิ้นปีนี้ได้ โดยขบวนการคัดเลือก