“อธิรัฐ”เร่งดันโครงการTaxi Boatขนส่งทางคลองเชื่อมเจ้าพระยา

ผู้ชมทั้งหมด 267 

“อธิรัฐ” เร่งดันโครงการ Taxi Boat ขนส่งทางคลองเชื่อมเจ้าพระยา พร้อมเปิดให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มรูปแบบ 23 ลำส.ค.นี้ หนุนใช้เรือไฟฟ้าบริการท่องเที่ยวทางทะเล 60 ลำหวังยกระดับการใช้เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าในภาคการขนส่งทางน้ำ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผ่านแอปพลิเคชั่นซูม ร่วมกับอธิบดีกรมเจ้าท่าและผู้บริหารกรมเจ้าท่า ว่า การประชุมในครั้งนี้ตนได้เร่งผลักดันโครงการ Taxi Boat : Feeder เพื่อเชื่อมการเดินทางในแม่น้ำเจ้าพระยากับคลองแขนงต่างๆ ของ กทม.ให้เป็นระบบเดียวกัน โดยนำเรือไฟฟ้าหรือTaxi Boat มาให้บริการรับส่งประชาชนในคลองแขนง เพื่อเป็นการบริการประชาชนในการเดินทางให้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนายานพาหนะด้วยพลังงานไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางและรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งได้เริ่มให้บริการในเส้นทางการขนส่งทางน้ำในหลายเส้นแล้ว

โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการเดินเรือไฟฟ้าในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท่าเรือพระนั่งเกล้าไปถึงท่าเรือสาทร ปัจจุบันให้บริการเรือไฟฟ้าและมีแผนเพิ่มเติมเรือไฟฟ้าที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องจนครบ 23 ลำในเดือน สิงหาคม 2564 ค่าโดยสารตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด ส่วนเส้นทางคลองแสนแสบ ขณะนี้ผู้ประกอบการได้ต่อเรือเหล็กแล้วจำนวน 5 ลำ และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน คาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2564

นอกจากนั้น กทม. ได้พัฒนาเส้นทางส่วนต่อขยายตั้งแต่ช่วงวัดศรีบุญเรืองไปจนถึงมีนบุรี ระยะทาง 11.5 ก.ม. ให้บริการด้วยเรือไฟฟ้าจำนวน 12 ลำ โดยจะเริ่มให้บริการภายในเดือนกันยายน 2564 ส่วนเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม ปัจจุบันให้บริการเรือไฟฟ้า 7 ลำ ไม่จัดเก็บค่าโดยสาร

สำหรับเส้นทางเดินเรือไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางคลองดำเนินสะดวกจ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ปัจจุบันให้บริการจำนวน 3 ลำ และหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นกรมเจ้าท่ามีแผนเพิ่มจำนวนเรือไฟฟ้า รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้เรือในการสัญจรให้ปรับเปลี่ยนจากระบบเครื่องยนต์เป็นระบบไฟฟ้าต่อไป

ส่วนเส้นทางคลองอัมพวา จ.สมุทรสงครามมีแผนพัฒนาเรือไฟฟ้าเพื่อใช้ในการท่องเที่ยว เพื่อลดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยริมฝั่งคลอง โดยเฉพาะเรื่องของเสียงและเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม ขณะที่การท่องเที่ยวทางทะเล ปัจจุบันให้บริการจำนวน 1 ลำ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เส้นทางท่าเรือสิชลถึงท่าเรือเขาพรายดำ และมีแผนเพิ่มเติมอีก 1 ลำภายในสิ้นปี 2564 แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ดีขึ้น ผู้ประกอบการมีแผนเพิ่มจำนวนเรือให้บริการจำนวน 60 ลำ