“ไออาร์พีซี” ชู POLIMAXX ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจในอนาคต

ผู้ชมทั้งหมด 332 

ไออาร์พีซี แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรับความผัวผวนตลาดการค้าและเทรนด์ธุรกิจในอนาคต ล่าสุด รีแบรนด์ส่ง Polimaxx รุกตลาดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้าน “บิทคับ” เตือนรับมือเงินเฟ้อสูง ทำเศรษฐกิจถดถอยระยะสั้น 6-18 เดือน เร่งลดรายจ่ายไม่จำเป็น ควบคู่ลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิการผลิต

นายชวลิต ทิพพาวนิช บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวเปิดงาน POLIMAXX เจาะอนาคตเศรษฐกิจไทย และเสวนาในหัวข้อ “Petrochemical Industries New Direction” โดยระบุว่าปัจจุบันธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายหลายปัจจัย ทั้งปัญหาสงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค ความผันผวนของราคาพลังงาน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และปัญหาโลกร้อน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจปิโตรเคมีต้องปรับตัว โดย ไออาร์พีซี ได้ยกระดับผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ (Polymer) เป็นตราสินค้า(Brand) ใหม่ของ Polimaxx  IRPC ให้สดใสและทันสมัยขึ้น แต่ยังคงรวบรวมผลิตภัณฑ์ภายใต้กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีทั้งหมดของบริษัทฯ ไว้ภายใต้ Brand ด้วยกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการสินค้าของโลกในอนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เช่น เครื่องบิน ที่ต้องการส่วนประกอบของวัตถุดิบที่มีน้ำหนักเบา ลดการใช้พลังงาน เพื่อลดการปลดปล่อยมลพิษ ซึ่งไออาร์พีซี ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองได้

ขณะที่กระแสการเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ที่เป็นเทรนด์การใช้ยานพาหนะของโลกที่จะสร้างขึ้นมาทดแทนการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทาง ไออาร์พีซี ก็มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปทำเป็นส่วนประกอบได้ทั้งรถยนต์สันดาป และรถอีวีได้ รวมถึงเรื่องของสถานีชาร์จไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ก็สามารถผลิตชิ้นส่วนประกอบให้กับแบตเตอรี่ได้เช่นกัน

ส่วนเรื่องของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ที่เป็นอีกเทรนด์ของโลกที่จะลดการปลดปล่อยมลพิษนั้น ไออาร์พีซี ก็ได้จัดทำอุปกรณ์สำหรับติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในแหล่งน้ำจืดที่เป็นพื้นที่ปิด

นอกจากนี้ เรื่องของ Medical ก็มีการเข้าไปลงทุนผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น การผลิตผ้า Melt Blown ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับผ้าชั้นกรองหน้ากากอนามัย (PPE) หน้ากาก N95 ชุดกาวน์ และแผ่นกรองอากาศ รวมถึงผ้าสปันบอนด์ ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก PP (Polypropylene) ที่สามารถนำไปตัดเป็นชุดป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE)  เป็นต้น

ตลอดจนเรื่องของการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศทำการศึกษา การทำไหมย่อยสลายได้ที่ให้สำหรับลิ้นหัวใจ เป็นต้น

“เรียกได้ว่า ทุกธุรกิจของ ไออาร์พีซี ได้ถูกออกแบบและปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและเทรนด์ของธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตไว้คอรบคลุมแล้ว”

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวเสวนาในหัวข้อ “Global and Domestic Economic Outlook 2022” โดยระบุว่า ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำหรับกับเรื่องของอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในรอบ 40 ปี เช่น สหรัฐ มีอัตราเงินเฟ้อ อยู่ที่ราว 8% เยอรมัน อยู่ที่ราว 9% ส่วนไทย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะต่ำกว่า สหรัฐฯ และเยอรมัน แต่ก็สูงสุดในเป็นประวัติการณ์ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้น 6-18 เดือน ดังนั้น ภาคธุรกิจ จะต้องวางแผนรับมือในระยะสั้น ด้วยการอย่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ส่วนในระยะยาว จะต้องเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการลงทุนและศึกษาเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนภาคประชาชนเอง ในระยะสั้นก็จำเป็นต้องประหยัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง

นางวนิดา อุทัยสมนภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พาณิชยกิจและการตลาด บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน)  กล่าวว่า ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลังโลกก้าวสู่ยุคสินทรัพย์ดิจิตอล ซึ่งจะทำให้เกิดเทรนด์ใหม่แห่งอนาคต ประกอบกับสถานการณ์โลกคลุมเครือทั้งด้านสงครามการเมือง และการค้า ซึ่งอาจส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ ดังนั้นการวางแผนงานเพื่อรองรับปัจจัยดังกล่าวจึงสำคัญมาก โดยทาง ไออาร์พีซี ได้ปรับตัวรองรับต่อทิศทางดังกล่าว ด้วยผลิตภัณฑ์ Polimaxx ซึ่งจะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย