6บมจ.ลุ้น!!! ชิงโรงไฟฟ้าชุมชน150MW

ผู้ชมทั้งหมด 652 

โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการนำร่อง) พ.ศ. 2564 รับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบไม่เกิน 150 เมกะวัตต์ เดินมาถึงขั้นตอนประกาศผลทางด้านเทคนิคแล้วปรากฎว่ามีผู้ที่มีสิทธิ์ในการเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอทางด้านราคารวมทั้งหมด 169 ราย หลังจากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พิจารณาการอุทรธรณ์เสร็จแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 756 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไปคณะอนุกรรมการพิจารณาคำเสนอขอขายไฟฟ้าด้านราคากำหนดให้มีการเปิดซองพิจารณาด้านราคา ในวันที่ 20 กันยายน 2564 และเสนอต่อ  กกพ. พิจารณาในวันที่ 22 กันยายน 2564  โดยสำนักงาน กกพ. จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ อย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 23 กันยายน 2564 ผ่านเว็บไซต์ www.erc.or.th  ซึ่งต้องคัดให้เหลือกำลังการผลิตรวมไม่ 150 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามแผนโครงการนำร่อง

อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการที่ผ่านมาด้านเทคนิคส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโครงการของบริษัทที่จดเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีจำนวน 6 รายประกอบด้วย 1.บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ผ่านด้านเทคนิคจำนวน 4 โครงการรวมกำลังการผลิต 12 เมกะวัตต์ 2.บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT ผ่านด้านเทคนิค 12 โครงการกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 36 เมกะวัตต์

3.บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือ SCI ผ่านคุรสมบัติด้านเทคนิคทั้งหมด 4 โครงการกำลังการผลิตรวม 14 เมกะวัตต์ 4.บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV โครงการที่ผ่านเทคนิครวม 6 โครงการกำลังผลิตรวม 35.5 เมกะวัตต์ 5.บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคทั้งสิ้น 9 โครงการรวมกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และ6.บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ผ่านการคัดเลือกด้านเทคนิค 29 โครงการกำลังการผลิตติดตั้งรวม 93 เมกะวัตต์ มากที่สุดในจำนวนผู้ที่ผ่านการคัดเลือกด้านเทคนิค

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกกพ. กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปเป็นการพิจารณาคุณสมบัติด้านราคา โดยที่โครงการใดที่เสนอราคาต่ำที่สุดในพื้นที่ที่มีสายส่งจะได้เป็นผู้ชนะการประกวดราคาเป็นอันดับแรก และถ้ารายแรกที่ผ่านการพิจารณาแล้วยังไม่เต็มระบบสายส่งก็จะพิจารณาผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดในอันดับต่อไปจนกว่าจะเต็มระบบสายส่งรองรับ แต่ถ้าหากในพื้นที่ที่มีการเสนอแข่งขันด้านราคามีเพียงรายเดียวเสนอแข่งขันก็จะได้สิทธิ์ทันที ส่วนกรณีที่มีการแข่งขันเสนอราคา 2 รายแล้วราคาที่เสนอเท่ากันจะพิจารณาผู้ที่เสนอเอกสารประมูลเป็นรายแรกก่อน

อนึ่งโครงการรับซื้อไฟฟ้าโรงไฟฟ้าชุมชนฯ 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 75 เมกะวัตต์ เสนอขายโครงการละไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ และเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน ผสมน้ำเสีย/ของเสีย น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25%) 75 เมกะวัตต์ เสนอขายโครงการละไม่เกิน 3 เมกะวัตต์

ส่วนอัตรารับซื้อไฟฟ้า แบ่งเป็น 1. ชีวมวล กำลังผลิตติดตั้งไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ คิดอัตรา Feed-in Tariff (FiT) ที่ 4.8482 บาทต่อหน่วย และกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 3 เมกะวัตต์ FiT ที่ 4.2636 บาทต่อหน่วย 2. ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) มี FiT ที่ 4.7269 บาทต่อหน่วย โดยทั้งหมดมีระยะเวลาสนับสนุน 20 ปี และมี FiT Premium สำหรับพื้นที่พิเศษ อีก 0.50 บาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม นายพิชัย ถิ่นสันติสุข นักวิชาการ กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากนั้นเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยกระจายรายได้กับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกะวัตต์นั้นหากคำนวนตัวเลขการลงทุนในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนในระดับวิสาหกิจชุมชน โดยโรงไฟฟ้า 1 โรงกระตุ้นให้เกิดรายได้กว่า 200 ครัวเรือน ส่งเสริมให้เกิดอาชีพ เนื่องจากการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน ผู้ประกอบการจะต้องซื้อวัตถุดิบจากวิสาหกิจชุมชน โดย 150 เมกะวัตต์คาดว่าจะส่งเสริมให้เกิดการปลูกพืชไม้โตเร็วสำหรับเป็นเชื้อเพลิงราว 150,000 ไร่