AOT มีความหวัง!! ปี 66 ฉายแววเป็นกำไร หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ กูรูให้ราคาเป้าหมาย 75 บาท

ผู้ชมทั้งหมด 149 

AOT มีความหวัง!! ปี 66 ฉายแววเป็นกำไร หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ศบค. ประกาศ 1 ก.ค. 65 โควิด เป็นโรคประจำถิ่น ขณะในปี 67 คาดผู้โดยสารกลับมาปกติ 142 ล้านคน เที่ยวบิน 892,000 เที่ยว กูรูคาดกำไรปกติปี 66 ฟื้นตัว 45% แนะนำซื้อ ประเมินราคาพิ้นฐาน 75 บาท    

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT (ทอท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 2566 (ต.ค. 65 – ก.ย. 66) จะเริ่มกลับมามีกำไร หลังจากรัฐบาล โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) ได้ผ่อนคลายข้อกำหนดการเข้าราชอาณาจักรไทย สำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 

ขณะเดียวกันในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ศบค.ได้ประกาศเป็นโรคประจำถิ่น พร้อมให้สามารถถอดหน้ากากอนามัยในที่โล่งแจ้งได้แล้วยังผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น ปรับโซนจังหวัดเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด การกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาเติบโต อย่างไรก็ตามในก็ต้องลุ้นว่าโควิด- 19 จะไม่กลับมาระบาดระลอกใหม่ในช่วงตรางบินฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงไตรมาส 1-2 ของปีงบประมาณ 2566 และเป็นไฮซีซันของอุตสาหกรรมการบิน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาช่วงก่อนโควิด-19 นั้น AOT มีผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องมากโดยตลอด ซึ่งมีกำไรสูงสุดในระดับ 25,170 ล้านบาทในปี 2561และในปี 2562 มีกำไรสุทธิ 25,026 ล้านบาท ก่อนจะเริ่มโดยผลกระทบของโควิด–19 ในปี 2563 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเหลือ 4,320 ล้านบาท และในปี 2564 เรียกได้ว่าเป็นจุดต่ำสุดของ AOT ขาดทุนสุทธิ 16,322 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2565 ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก (ต.ค. 64 – มี.ค. 65) ขาดทุนสุทธิ 7,548 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 5,666 ล้านบาท มีแนวโน้มที่ดีที่ผลการดำเนินงานของปีงบประมาณ 2565 จะดีกว่าปี 2564

อย่างไรก็ตามจากการประมาณการผู้โดยสารล่าสุดเดือนมิถุนายน 2565 คาดว่าการฟื้นตัวของผู้โดยสารในปีงบประมาณ 2565 ของท่าอากาศยาน 6 แห่งของ AOT จะมีผู้โดยสารรวม 45 ล้านคน เที่ยวบิน 400,000 เที่ยวบิน ฟื้นตัวคิดเป็นร้อยละ 33 และ45 เมื่อเทียบกับก่อน Covid 19 ตามลำดับ คาดว่าผู้โดยสารใน ปีงบประมาณ 2566 และ 2567 มีจำนวน 96 ล้านคนและ 142 ล้านคน การฟื้นตัวคิดเป็นร้อยละ 68 และ 99 ตามลำดับ สำหรับเที่ยวบินในปีงบประมาณ 2566 และ2567 คาดว่ามีจำนวน 665,000 เที่ยวบิน และ 892,000 เที่ยวบิน การฟื้นตัวคิดเป็นร้อยละ 74 และ 99 ตามลำดับ

“ผลการดำเนินงานของ AOT จะกลับไปปกติเหมือนกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด – 19 ในปี 2567 อาจจะต้องลุ้นเหนื่อย ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์ช่วงไฮซีซั่นในปีงบประมาณ 2565/2566 ที่เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ก็รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งทุกอย่างมันไม่ราบรื่นเหมือนเดิม เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต แต่ที่ต้องเตรียมรับมือแน่นอนก็หลังจากรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จคาดว่าจะมีผลกระทบต่อผู้โดยสารที่จะมาใช้ท่าอากาศยานของ AOT อาจจะลดลง” นายนิตินัย  กล่าว

ด้านฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินหุ้น AOT ว่า ผลประกอบการตามปีงบประมาณ 2564-2565 ไม่ได้สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่แท้จริงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตั้งแต่ไตรมาสไตรมาส 1 (ตุลาคม-ธันวาคม 2565) ซึ่งเป็นปีงบประมาณ 2565/2566 ของ AOT ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 ที่ 75 บาทต่อหุ้น เพื่อให้สะท้อยภาพการฟื้นตัวที่แท้จริง โดยฝ่ายวิเคราะห์หลักได้ประเมินกำไรปกติปี 2565/2566 และปี 2566/2567 ของ AOT ฟื้นตัวราว 45% และ 109% ของปี 2562 ตามลำดับ