BANPUจ่อปิดดีลโรงไฟฟ้าแก๊ส-อัดงบ156ล้านเหรียญฯลุยพลังงานสะอาด

ผู้ชมทั้งหมด 721 

กลุ่ม BANPU ปี64อัดงบลงทุน156ล้านเหรียญฯเน้นขยายการลงทุนพลังงานสะอาดภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter เล็งปิดดีลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 1,000 เมกะวัตต์ในสหรัฐฯ กลางปีนี้ ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนคาดปิดดีลกว่า 200 เมกะวัตต์ พร้อมวางเป้าขายถ่านหิน 43 ล้านตัน คาดราคาเฉลี่ยในระดับ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า ในปี 2564 กลุ่มบ้านปู เตรียมงบลงทุนไว้ราว 156 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา แบ่งเป็นการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนามคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา ระยะที่ 1 กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 1/64 ซึ่งจะส่งผลให้ช่วงครึ่งปีแรก 2564 นั้นมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามที่ COD เป็น 68 เมกะวัตต์ รวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเอลวินหมุยยิน กำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ที่ได้ COD ไปในปี 2563

อย่างไรก็ตามการขยายลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนในปี 2564 นั้นคาดว่าจะปิดดีลโครงการใหม่ได้ราว 100 – 200 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการขยายการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม โซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ลอยน้ำ และพลังงานลม ซึ่งโครงการพลังงานลม และโซลาร์ฟาร์มส่วนใหญ่จะเน้นการลงทุนในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น และจีน ส่วนโซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ลอยน้ำเน้นการลงทุนในประเทศไทย

ส่วนการลงทุนในโครงการใหญ่ คาดว่าจะปิดดีลในปีนี้ได้ 1-2 โครงการ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ในรูปแบบ แก๊ส ทู เพาเวอร์ ในประเทศสหรัฐฯ ขนาดกำลังการราว 1,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการลงทุนกลางปี 2564 ซึ่งการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐฯตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 20-30% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเมกะวัตต์ด้วย

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าที่จะดำเนินการ COD ในปี 2564 นั้นเตรียม COD โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น 2 โครงการกำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการชิราคาวะ 10 เมกะวัตต์ และโครงการเคเซนนุมะ 20 เมกะวัตต์ COD ในช่วงไตรมาส 3-4/2564 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา ระยะที่ 1 ในเวียดนาม กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ COD ในไตรมาส 1/2564 และโครงการโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) กำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 396 เมกะวัตต์ COD ในไตรมาส 1/2564  ขณะที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมดที่ 3,300 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมายในปี 2568 เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 6,100 เมกะวัตต์ และเป็นพลังงานสะอาด 1,600 เมกะวัตต์

ส่วนงบลงทุนที่เหลืออีกราว 46 ล้านเหรียญสหารัฐฯ ใช้การลงทุนในธุรกิจ  Energy Technology ซึ่งเป็นการลงทุนภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เช่น โซลาร์รูฟท็อป และโซลาร์ลอยน้ำ จากปัจจุบัน ณ สิ้นปี 2563 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 249 เมกะวัตต์ โดยในปี 2564 คาดว่าจะขยายการลงทุนได้อีก 100 เมกะวัตต์ ซึ่งมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ตามเป้าหมาย 500 เมกะวัตต์ก่อนปี 2568

นอกจากนี้เป็นการลงทุนในธุรกิจ Energy Storage Systems ปัจจุบันขยายการลงทุนไปแล้ว 1.0 GWh จากเป้าหมายในปี 2568 ที่ 3.0 GWh และลงทุนในธุรกิจ E-MOBILTY ปัจจุบันได้ขยายแท่นอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าแล้วกว่า 2,500 แท่น และให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า 98 คัน มีเรือ E-ferry sold 1 ลำ โดยเป้าหมายในปี 2568 เพิ่มแท่นอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเป็น 10,000 แท่น ให้บริการรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 5,500 คัน และ E-ferry sold เพิ่มเป็น 100 ลำ นอกจากนี้ยังเร่งขยายธุรกิจ SMART CITIES ซึ่งในปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 5 โครงการจากเป้าหมายในปี 2568 จำนวน 9 โครงการ

พร้อมกันนี้ยังได้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยี Digital Transformation ด้วยหน่วยงานใหม่ “Digital Center of Excellence” (DCOE)  ที่มีการพัฒนาโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้ระบบดิจิตอลแพลตฟอร์มควบคุมขบวนการผลิตถ่านหินให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทั้งปริมาณการผลิต และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี

โดยการดำเนินธุรกิจถ่านหินในปี 2564 นั้น กลุ่มบ้านปู มีเป้าหมายปริมาณการขายถ่านหินรวม 43 ล้านตัน โดยแบ่งเป็นแหล่งถ่านหินในอินโดนีเซีย 23.2 ล้านตัน ในออสเตรเลีย 13.3 ล้านตัน และในประเทศจีน 6.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีปริมาณการขายรวมที่ 38.8 ล้านตัน ส่วนแนวโน้มราคาถ่านหินในตลาดโลกนั้น ประเมินว่าดัชนีราคาถ่านหิน The Newcastle Export Index (NEX) ปี 2564 จะเฉลี่ยใสนระดับ 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน โดย ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ราคาอยู่ใยนระดับ 89.8 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน