BANPU จ่อใช้เงิน 300-400 ล้านดอลลาร์ ลุยลงทุนปี65 เน้นธุรกิจไฟฟ้าเป็นหลัก

ผู้ชมทั้งหมด 238 

“บ้านปู” คาด ปี 2565 อัดงบ 300-400 ล้านดอลลาร์ ขยายการลงทุนเน้นธุรกิจไฟฟ้า-เทคโนโลยีด้านพลังงานใหม่ต่อเนื่อง ชี้ราคาก๊าซ-ถ่านหิน ไตรมาส 4 ปีนี้ ยังทรงตัวระดับ หนุนผลงานทั้งปี

นายวิรัช วุฒิธนาเศรษฐ์ ผู้อำนวยการ สายอาวุโส-กลยุทธ์องค์กร (Corporate Strategy) บริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยในงาน Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนQ3/2021 วันที่ 25 พ.ย.2564 โดยระบุว่า ในปี 2565 บริษัท คาดว่า จะใช้เม็ดเงินลงทุน ประมาณ 300-400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นวงเงินลงทุนในอัตราเฉลี่ยของแต่ละปี หรืออาจจะมากกว่านี้ได้ โดยจะยังเดินหน้าลงทุนตามกลยุทธ์ธุรกิจสีเขียว ซึ่งเน้นในด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่เพื่อผลักดันเรื่องการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในหลากหลายประเทศ ทั้งในโรงไฟฟ้ารูปแบบ HELE และพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการขยายการลงทุนในส่วนของธุรกิจเทคโนโลยีด้านพลังงาน โดยการลงทุนจะมุ่งไปที่ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่แล้ว สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปีนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากราคาถ่านหินและก๊าซที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจผันผวนบ้างแต่ยังอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ยังสูงอยู่แม้ว่าการผลิตถ่านหินในไตรมาส 4 จะดีกว่าในไตรมาส 3 ทั้งในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามเกี่ยวกับท่าทีรัฐบาลจีนที่จะมีผลกระทบต่อความต้องการใช้ถ่านหิน ไม่ว่าจะออกมาตรการควบคุมหรือผ่อนปรน  ส่วนราคาก๊าซในไตรมาส 4 ก็ยังคงอยู่ระดับสูง

ขณะที่ ในไตรมาส 4ปีนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการทำประกันความเสี่ยง (headging) โดยผลขาดทุนจากการทำประกันความเสี่ยงถ่านหินจะน้อยกว่าไตรมาส 3 เพราะปริมาณที่ทำประกันน้อยกว่า  ส่วนก๊าซขึ้น อยู่กับราคาก๊าซในตลาดในช่วงไตรมาส 4/64 ซึ่งยังต้องติดตามข้อมูลแต่ราคา Henry hub ค่อนข้างผันผวน

สำหรับทิศทางธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ในไตรมาส 4 มองว่า ราคาก๊าซฯในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง โดยปัจจุบัน อยู่ระดับ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันลูกบาศก์ฟุต (Mcf) ซึ่งจะยืนในระดับนี้ต่อไป ขณะที่ธุรกิจก๊าซฯ ของบริษัท ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย โดยเพราะการเข้าไปซื้อ แหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐฯ

ส่วนธุรกิจเหมืองถ่านหิน ในไตรมาส 4 ปีนี้ ยังอยู่ในสภาวะตรึงตัว เนื่องด้วยข้อจำกัดในการผลิตของตลาดใหญ่ในประเทศจีนตามนโยบายการควบคุมราคาถ่านหินให้มีเสถียรภาพในระยะยาว ซึ่งกระทบให้ซัพพลายในตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ สะท้อนต่อแนวโน้มราคาถ่านหินที่จะทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามราคาถ่านหินในช่วงพีคที่สุดในปีนี้ ขึ้นไปแตะที่ระดับ 240 ดอลลาร์ต่อตัน จากราคาในอดีตที่ระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อตัน แต่นโยบายควบคุมราคาถ่านหินของจีนกดดันราคาให้ลงมาอยู่ที่ระดับ 130-140 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ในช่วง 1-2 วัน ราคาถ่านหินกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 160 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งราคายังไม่นิ่ง แต่ก็ทำให้บริษัทได้รับกำไรจากราคาถ่านหินที่ยังอยู่ในระดับสูง

ขณะที่การผลิตถ่านหินนั้น  ในปี 2564 บริษัทยังคงเป้าหมายปริมาณการผลิตถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย ไว้ที่ระดับ 20.4 ล้านตันต่อปี และในประเทศออสเตรเลีย คงเป้าปริมาณการขายไว้ที่ระดับ 11.1 ล้านตันต่อปี แม้สภาพทางธรณีวิทยาของเหมือง Springvale ยังมีความท้าทาย แต่สัดส่วนการขายของแหล่งผลิตดังกล่าวกว่า 30% เป็นการส่งออก ทำให้มองว่าจะได้รับอานิสงส์จากราคาขายถ่านหินที่ทรงตัวในระดับสูงได้

นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2565การลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ยังขยายตัวต่อเนื่องและมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งจะยังเห็นการเข้าลงทุนในโครงการต่างๆที่เป็นการเติบโตจากทิศทางของโลกที่มุ่งเน้นพลังงานสะอาด

โดยปัจจุบัน บริษัท มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการที่อยู่ในมือรวมกว่า 4,300 เมกะวัตต์ จากการลงทุนใน 13 ประเทศ ซึ่งมีจำนวนโครงการไฟฟ้าขนาดใหญ่ อยู่ที่ 3,224 เกมะวัตต์ และเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียน อยู่ที่ 1,074 เมกะวัตต์