BANPU ทุ่มเงิน 2.64 หมื่นล้าน ปิดดีลซื้อแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เน็ตต์เพิ่ม

ผู้ชมทั้งหมด 135 

BANPU ทุ่มเงิน 2.64 หมื่นล้าน ปิดดีลซื้อแหล่งก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เพิ่ม หนุนเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในแหล่งบาร์เน็ตต์ ส่งผลกำลังการผลิตรวมเพิ่มเป็น 900 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ที่ถือหุ้นร้อยละ 96.12 ประสบความสำเร็จในการปิดดีลซื้อสัดส่วนผลประโยชน์ในแหล่งก๊าซธรรมชาติ XTO และครอบคลุมถึงธุรกิจกลางน้ำ (Midstream) บริเวณแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เน็ตต์ (Barnett) ในประเทศสหรัฐอเมริกา จากบริษัท XTO Energy, Inc. and Barnett Gathering LLC (XTO) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Exxon Mobil Corporation แล้วเสร็จเมื่อวะนที่ 30 มิถุนายน 2565 โดยมีมูลค่าการลงทุน จำนวน 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่าประมาณ 26,452 ล้านบาท และมูลค่าผลประโยชน์แก่ผู้ขายในอนาคตโดยรวมไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป

ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าว บ้านปูสามารถขยายกำลังการผลิตในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเพิ่มตามสัดส่วนการลงทุนประมาณ 225 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเป็น 900 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติ 1P จากปัจจุบันประมาณ 4.4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เป็นประมาณ 5.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และทำให้ BKV กลายเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เน็ตต์

สำหรับสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ำในการผลิต ตั้งอยู่ในแหล่งที่มีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบการขนส่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ดำเนินการผลิตเองแล้วยังรวมถึงการบริหารจัดการขั้นตอนการอัดก๊าซธรรมชาติครอบคลุมระบบท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติ ครอบคลุมระยะทาง 750 ไมล์ โดยมีสถานีอัดก๊าซธรรมชาติ (Gas Compressor stations) จำนวนมากกว่า 20 สถานี ซึ่งสามารถเข้าถึงตลาดที่มีความต้องการก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ

รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งก๊าซธรรมชาติ และก๊าซธรรมชาติเหลว (NGL) ตอบสนองความต้องการก๊าซธรรมชาติในบริเวณรัฐแถบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐอเมริกา โดยสามารถสร้างพลังร่วม (Synergy) กับแหล่งผลิตเดิมที่มีอยู่ สร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ เพื่อการเติบโตในระยะยาว และยังสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน (Value chain) และสร้างกระแสเงินสดได้ทันที