BGRIMรุกโซลาร์ รูฟท็อป-โซลาร์ ลอยน้ำ400-500MW

ผู้ชมทั้งหมด 304 

BGRIM รุก “โซลาร์ รูฟท็อป” และ “โซลาร์ ลอยน้ำ” ขยายตลาดในประเทศ – ต่างประเทศ  ลุยปั้นโมเดล “พลังงานสะอาด” ตอบโจทย์ลูกค้าใหม่ทั้งภาครัฐ เอกชน แย้มรอเซ็นสัญญาโครงการใหม่อีก 9 โครงการ 24 เมกะวัตต์ ขณะที่ปัจจุบันมีโครงการในมือกว่า 44 โครงการกำลังการผลิต 115 เมกะวัตต์

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า นโยบายในปี 2564 บี.กริม เพาเวอร์ จะเดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาด อย่างเต็มที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลก สร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะเน้นการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์ รูฟท็อป) โครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยนํ้า (โซลาร์ ลอยน้ำ)

ทั้งนี้การขยายการลงทุนโซลาร์ รูฟท็อป โซลาร์ ลอยน้ำ นั้น เพื่อรองรับรูปแบบความต้องการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศมีนโยบายลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้ ซึ่งมีจำนวนมากทั่วโลก เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อร่วมกันลดภาวะโลกร้อนและดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยกันอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบี.กริม เพาเวอร์ได้เข้าไปติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป แล้วใน 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม โอมาน และฟิลิปปินส์ และมีแผนขยายตลาดเพิ่มเติมอีกในปีนี้ ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีการเซ็นสัญญาติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ทั้งสิ้น 115 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว 26 โครงการ  รวมกำลังการผลิต 12 เมกะวัตต์  และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 18 โครงการ รวม 103 เมกะวัตต์ อาทิ เช่น  ไอคอนสยาม, สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, โรงพยาบาลชุมชน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการทำสัญญาอีก 9 โครงการ รวม 24 เมกะวัตต์  และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการนำเสนอให้กับองค์กร และหน่วยงานต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก

นิอกจากนี้การรุกโซลาร์ รูฟท็อปนั้นยังส่งผลให้บริษัทฯสามารถเข้าไปเสนอโมเดลธุรกิจ และจับมือเป็นพันธมิตรกับลูกค้านอกเขตนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยโมเดลธุรกิจของ บี.กริม ไม่ได้มุ่งกำไรเป็นที่ตั้ง เป้าหมายของบริษัทในการเข้าสู่ธุรกิจนี้ เป็นการมุ่งตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างพันธมิตรกับลูกค้าในระยะยาว โดย BGRIM ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ ลอยน้ำ 400-500 เมกะวัตต์ ภายในระยะเวลา 3 ปี

นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า อีกหัวใจสำคัญในการเข้าสู่ธุรกิจนี้ คือ ระบบการติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ซึ่งเป็นระบบที่ต้องมีการบำรุงรักษาในระยะยาว ทำให้สัญญาส่วนใหญ่ที่ทำกับลูกค้าจึงเป็นสัญญาระยะยาว 15-25 ปี ดังนั้น รูปแบบในการดำเนินธุรกิจนี้จึงเป็นการสร้างพันธมิตรระยะยาว ระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ กับลูกค้าในการร่วมสร้างพลังงานสะอาดไปพร้อมกัน รวมถึงสร้างประโยชน์ที่ต่อเนื่องจากธุรกิจไปสู่สังคม สะท้อนวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจเพื่อ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” ของ บี.กริม เพาเวอร์ อย่างเด่นชัด   

ด้านนายพีรเดช พัฒนจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายกฎหมายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่องค์กรต่างๆ หันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ผสมผสานกับระบบที่ทันสมัยของโรงไฟฟ้าแบบพลังความร้อนร่วม (combined cycle cogeneration) ซึ่งยังมีความจำเป็นเพราะเป็นระบบที่มีเสถียรภาพกว่า ทำให้เกิดเทรนด์การใช้พลังงานที่ผสมผสาน หรือ hybrid power plant ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของ บี.กริม เพาเวอร์ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ประกอบการด้านพลังงานที่ครบถ้วนและทันสมัยที่สุด ทั้งเป็นผู้นำด้านโรงไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมกระจายอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่มีความทันสมัยทั่วภูมิภาค และด้านพลังงานทดแทนมีโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้