BGRIMวางเป้าEBITDA Marginโตทะลุ 30%

ผู้ชมทั้งหมด 166 

BGRIM ปีนี้วางเป้า EBITDA Margin โตทะลุ 30% อัดงบลงทุน 4.5-5 หมื่นล้านบาทลุยลงทุน SPP 7 โครงการ 980 เมกะวัตต์COD ปี 65-66 เล็งปิดดีลโครงการใหม่กว่า 900 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าขยายลงทุนตามแผน 7,200 เมกะวัตต์ในปี 68

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวภายหลังพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (แหลมฉบัง) 1 จำกัด  ณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ว่า ในปี 2564 บริษัทตั้งเป้า EBITDA Margin โตทะลุ 30% จากปี 2563 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 29% โดยเติบโตต่อเนื่องจากปี 2562 ที่เติบโตในระดับ 25-26%

โดยการเติบโตในปีนี้จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปี โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศกัมพูชา ขนาด 39 เมกะวัตต์ ที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ช่วงปลายปี 2563 และจะเตรียมCOD โครงการพลังงานลมที่ จ.มุกดาหาร ขนาดกำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ในไตรมาส1/64 และเตรียม COD โซลาร์รูฟท็อปอีกราว 15-20 เมกะวัตต์ในปีนี้

พร้อมกันนี้ยังรับรู้รายได้เต็มปีจากการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 70% ของบริษัท อ่างทอง เพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทอง เพาเวอร์ เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม กำลังการผลิตติดตั้ง 123 เมกะวัตต์ ประกอบกับ บริษัทได้ร่วมกับบริษัท ซีเมนส์ อินดัสเทรียล เทอร์โบแมซีเนอรี จำกัด ในการปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้มีสมรรถนะความพร้อม (Availability) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ที่สูงขึ้น ช่วยลดการแก๊สในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้จะได้รับปัจจัยหนุนจากการปิดดีลโครงการใหม่เข้ามาในปีนี้ ซึ่งจะเป็นโครงการที่เริ่มพัฒนาใหม่ และโครงการที่เข้าซื้อกิจการ (M&A) กำลังการผลิตรวมกว่า 900 เมกะวัตต์ โดยโครงการที่เริ่มพัฒนาใหม่ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเกาหลีใต้ ขนาดกำลังการผลิตราว 160 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตราว 150 เมกะวัตต์

ส่วนโครงการที่คาดว่าจะปิดดีลซื้อกิจการได้ในปีนี้ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมขนาดเล็ก (SPP) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในไทย 2-3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 300-360 เมกะวัตต์ และปิดดีลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดกำลังการผลิตราว 220-250 เมกะวัตต์ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ในปัจจุบัน BGRIM มีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งหมด 48 โครงการ รวมกำลังการผลิต 3,058 เมกะวัตต์ หากรวมโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาจะทำให้กำลังการผลิตขยายเป็น 3,682 เมกะวัตต์ และมองหาการลงทุนในโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยภายในปี 2568 มีเป้าหมายขยายกำลังการผลิตเป็น 7,200 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามในปี 2564 นั้นบริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ราว 45,000 – 50,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนซื้อกิจการ พัฒนาโครงการใหม่ และลงทุนก่อสร้างโครงการที่มีอยู่ในมือที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีนี้ โดยแบ่งเป็น โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ภายใต้รูปแบบโรงไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Small Power Producer หรือ SPP) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทน (SPP Replacement) ของรัฐบาลในพื้นที่ EEC  5 โครงการ โครงการละ 140 เมกะวัตต์  และดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจ.อ่างทอง 2 โครงการ โครงการละ 140 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตทั้งหมด 980 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนโครงการละ 5,500 ล้านบาท

ทั้งนี้การดำเนินการก่อสร้าง 5 โครงการการในพื้นที่ EEC นั้นกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2565 โดยเป็นการสร้างเพื่อทดแทนโครงการเดิมด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง และคาดว่าจะลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติได้ถึงร้อยละ 10-15 เมื่อเทียบกับโครงการเดิมที่กำลังจะหมดอายุสัญญาลง โดยแต่ละโครงการจะแบ่งเป็นการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 30 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 25 ปี และส่วนที่เหลือเป็นการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม ส่วนอีก 2 โครงการที่จ.อ่างทองอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อเตรียมการก่อสร้างคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2565 และ COD ในปี 2566