BTSสั่งฝ่ายกฎหมายดูผลกระทบล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ผู้ชมทั้งหมด 262 

BTS ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาการล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มว่าจะมีผลกระทบต่อบีทีเอสหรือไม่ ยันหากประมูลใหม่ต้องรอดู TOR ก่อน ส่วนกรณีที่ส่งหนังสือทวงหนี้กทม.ขีดเส้น 60 วันต้องชำระหนี้หากไม่ชำระจะพิจารณาใช้สิทธิตามกฎหมาย

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 มีมติให้ยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ว่า BTS อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าการยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้นจะขัดกับข้อกฎหมายอย่างไรบ้าง และจะกระทบต่อ BTS อย่างไรบ้าง เนื่องจากการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายส้มเรื่องอยู่ในการพิจาณาของศาลอุทธรณ์

ส่วนหากมีการประกาศเชิญชวนให้ประกวดราคาใหม่นั้น BTS ก็ต้องพิจารณาเงื่อนไขรายละเอียดการประมูล (TOR) ก่อน หากหลักเกณฑ์พิจารณาข้อเสนอเอกชนยังยึดหลักเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิค 30% ด้านราคา 70% ก็อาจจะไม่เข้าร่วมประมูล แต่ถ้าพิจารณาข้อเสนอเอกชนด้านราคา 100 คะแนนก็จะเข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่ BTS ส่งหนังสือถึงบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (“กรุงเทพธนาคม”) ชําระหนี้ในการให้บริการเดินรถและซ่อมบํารุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 คือ ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และ ส่วนต่อขยายที่ 2 คือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (“โครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียวส่วนต่อขยาย”) ซึ่งมีจํานวนรวมกันทั้งสิ้น 8,899,338,642.45 บาทนั้นทางกรุงเทพธนาคมแจ้งว่าได้ส่งหนังสือไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) พิจารณาแล้ว

โดย BTS ได้กำหนดให้ทางกรุงเทพธนาคต และกทม. ต้องชำระคืนหนี้ภายใน 60 วัน ซึ่งหากทางกรุงเทพธนาคมไม่ดำเนินการชำระหนี้ให้ตามกำหนดเวลาดังกล่าว BTS ก็อาจจะพิจารณาใช้สิทธิตามกฎหมาย ส่วนเงื่อนไขการชำระคืนหนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับทางกรุงเทพธนาคม และกทม.ว่าจะมีข้อเสนอวิธีการชำระอย่างไร

ส่วนความคืบหน้าการลงนามในสัญญาสัมปทานบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งโครงการ ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต นั้นทาง BTS เจรจากับทางกรุงเทพมหานครจบแล้วในเรื่องรายละเอียดสัญญารอเพียงเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะนำเข้าครม.ได้ในช่วงไหน โดยคาดหวังว่าจะได้รับการอนุมัติจาก ครม.ในเร็วๆนี้