EAส่งลูกจับมือกรุงไทยพัฒนาระบบชำระค่าโดยสารอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ชมทั้งหมด 979 

EA ส่งบริษัทลูก “อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต” MOU กับ แบงก์กรุงไทย ใน “โครงการระบบรับชำระค่าเรือโดยสารด้วย EMV Contactless” เล็งต่อยอดระบบขนส่งสาธารณะ รถ ราง เรือ เริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 5 พ.ค.นี้

นายสมโภชน์ อาหุนัย  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ในฐานะกรรมการ บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ EA ถือหุ้น 100% และเป็นผู้ให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้า  “MINE Smart Ferry”  เรือโดยสารไฟฟ้าสัญชาติไทยลำแรกของประเทศ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย  จำกัด (มหาชน) หรือ KTB พัฒนาระบบชำระค่าโดยสารเรือไฟฟ้าผ่านระบบ EMV Contactless  ซึ่งเป็นการรับชำระค่าโดยสารผ่านเครื่องแตะบัตร EDC  พร้อมเตรียมบัตร HOP ซึ่งเป็นบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้ชำระค่าโดยสารในเรือไฟฟ้า และมีแผนจะพัฒนานำไปใช้กับระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นต่อไปในอนาคต เพื่อผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ รถ ราง เรือ อย่างไร้รอยต่อให้เป็นรูปธรรม


“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้มลพิษ พร้อมสนับสนุนนโยบายการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดของประเทศ อีกทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้ร่วมมือกับ KTB พัฒนาระบบชำระค่าโดยสารเรือไฟฟ้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้การสัมผัส” นายสมโภชน์ กล่าว
 

ส่วนเรือโดยสารไฟฟ้า “MINE Smart Ferry”  เปิดให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%  พร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศและเครื่องฆ่าเชื้อโรค รองรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 250 คน เปิดทดลองให้ผู้โดยสารใช้บริการฟรี จากท่านนทบุรี-ท่าสาทร ตั้งแต่ปลายปี 2563 มีจำนวนผู้โดยสารทดลองใช้บริการเฉลี่ย 1,200 คนต่อวัน มีแผนเตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและเริ่มเก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.64 เป็นต้นไป

นาวาโท ปริญญา รักวาทิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด กล่าวว่า เรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry ติดตั้งเครื่อง EDC แล้ว 8 ลำ พร้อมรับชำระค่าโดยสารในราคาโปรโมชั่น  20 บาทตลอดสาย ในเส้นทางเรือไฟฟ้า Urban Line สายสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. – 30 มิ.ย.64 และเมื่อการส่งมอบเรือโดยสารไฟฟ้าครบจำนวน 27 ลำจะมีความพร้อมในการบริการเต็มรูปแบบราวต้นเดือน ก.ค.64  เพื่อเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะอื่นแบบไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแผนขยายท่าเรือจากท่านนทบุรีต้นสายฝั่งเหนือไปยังท่าเรือพระนั่งเกล้าเร็วๆ นี้ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) กับเรือไฟฟ้าเส้นทาง Urban Line สายสีม่วง รวมทั้งสิ้น 12 สถานี ได้แก่ ท่าเรือพระนั่งเกล้า เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสถานีสะพานพระนั่งเกล้า(M), นนทบุรี, เกียกกาย, พายัพ, เทเวศร์, สะพานพระปิ่นเกล้า, พรานนก, ราชินี เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสถานีสนามไชย(M), ราชวงศ์, สี่พระยา, แคท ทาวเวอร์ และสาทร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน(BTS)

พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้จัดเตรียมบัตร HOP จำนวน 3,000 ใบไว้รองรับผู้โดยสารที่ไม่มีบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต แบบ Contactless โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับบัตร HOP ได้ที่เจ้าหน้าที่ของเรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry บนท่าเรือ 11 ท่าเรือ คือ ท่านนทบุรี, เกียกกาย, พายัพ, เทเวศร์, สะพานพระปิ่นเกล้า, พรานนก, ปากคลองตลาด, ราชวงศ์, สี่พระยา, แคททาวเวอร์ และสาทร ในวันที่ 5 พ.ค.64 เป็นต้นไปหรือจนกว่าบัตรจะหมด ทั้งผู้โดยสารที่สนใจยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของเรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry ได้ที่ www.minesmartferry.com Facebook : MINE Smart Ferry  และ Line @MINESmartFerry

“ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างวิถีชีวิตการคมนาคมทางน้ำรูปแบบใหม่ ที่เรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry โดยบริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ดีขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนคนไทยได้อย่างยั่งยืน” นาวาโท ปริญญา กล่าว