GULF ปั้นพอร์ตธุรกิจ 10ปี ลุยลงทุน 7.4 หมื่นล้านบาท

ผู้ชมทั้งหมด 295 

กัลฟ์ ผุดแผนลงทุน 10ปี(ปี 2565-2574) ใช้เงิน 74,000 ล้านบาท ลุยขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนแตะ 30% ในปี73 หวังสรุปดีล M&A ซื้อโรงไฟฟ้าไตรมาส 1ปี65 หลังซุ่มเจรจาหลายโครงการ ขณะที่ปี65 เตรียมใช้เงิน 10,000 ล้านบาทขยายธุรกิจ เล็งออกหุ้นกู้ 20,000 ล้านบาทต้นปี65 ชำระคืนซื้อหุ้น INTUCH พร้อมต่อยอดธุรกิจ หวังรายได้ปี 65 โต 60%

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยในงาน Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนQ3/2021 วันที่ 24 พ.ย.2564 โดยระบุว่า บริษัท ได้วางแผนการลงทุนช่วง 10ปี (2565-2574) จะใช้เงินลงทุน อยู่ที่ระดับ 74,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน อยู่ที่ 46,000 ล้าน หรือ ราว 62% ธุรกิจไฟฟ้าและก๊าซฯ อยู่ที่ 17,000 ล้านบาท หรือ ราว 23% และธุรกิจสาธารณูปโภค อยู่ที่ 11,000 ล้านบาท หรือ ราว 15% โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากหลายรูปแบบทั้งผลการดำเนินงานของบริษัท การกู้เงินจากสถานบันการเงิน และการออกหุ้นกู้ เป็นต้น

โดยในส่วนของปี 2565 บริษัท ตั้งงบลงทุนอยู่ที่ระดับ 10,000 ล้านบาท ไม่รวมการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ(M&A) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าในหลายประเทศ และแต่ละโครงการคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 10,000-30,000 ล้านบาท คาดว่า จะปิดดีลได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี65 และบริษัท ยังมีแผนออกหุ้นกู้ วงเงิน 20,000 ล้านบาทในช่วงต้นปี 65 เพื่อนำเงินมาชำระคืนการเข้าซื้อหุ้น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ในสัดส่วนประมาณ 42.25% และนำเงินไปขยายการลงทุนตามแผนที่วางไว้

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2565 บริษัท ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้โตขึ้น 60% จากปีนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD) เช่น โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) ยูนิตที่ 3-4 กำลังการผลิตรวม 1,325 เมกะวัตต์ โครงการโซลาร์รูฟท็อป ทยอยCOD อีกประมาณ 90 เมกะวัตต์ รวมถึง ยังรับรู้รายได้และกำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) ยูนิตที่ 1-2 ที่CODในปีนี้ และโครงการ DIPWP ที่โอมาน ซึ่งบริษัทเข้า ซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 49% จะรับรู้กำลังการผลิต เฟสแรก 40 เมกะวัตต์ และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร จากการเข้าถือหุ้น INTUCH

นอกจากนี้ บริษัท ยังเดินหน้าศึกษาการลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งใน ไทย เวียดนาม ยุโรป สหรัฐ และเอเชีย ซึ่งหากบรรลุเป้าหมายในการเจรจา ก็จะช่วยต่อยอดรายได้ในอนาคตด้วย

บริษัท ตั้งเป้าหมายจะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน แตะ 30% ในปี 2573 เพื่อตอบสนองต่อทิศทางของโลกและประเทศไทย ที่มุ่งสู่เป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 – 2070 จากปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 7-10%”

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสที่4 ของปีนี้ บริษัท คาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจาก โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) ยูนิตที่ 2 กำลังการผลิต 662.5 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการ 1 ต.ค.64 และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) ยูนิตที่ 1 ได้เปิดดำเนินการแล้วในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ,โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม(แม่โขง) ในเวียดนาม เฟสที่ 1 กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ คาดว่า จะCOD ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ,โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ในประเทศโอมาน เฟสที่ 1 กำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ในเดือนธ.ค.นี้

นอกจากนี้ โครงการGULF 1 Projects ซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อป ที่มีอยู่ในมือราว 100 เมกะวัตต์ จะเริ่มทยอยCOD กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ ในไตรมาส4 ปีนี้ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ในเยอรมัน ในช่วงไตรมาส4 และไตรมาส1 ของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซัน ส่งผลให้รายได้โตขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงกระแสลมแรงทำให้มีประสิทธิภาพในการผลิตและจ่ายไฟฟ้าสูง

อีกทั้ง มองว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าจะกลับมาเติบโตขึ้น หลังจากเปิดประเทศ ทั้งในส่วนของลูกค้าอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจสิ่งทอ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในไตรมาสที่4 สูงขึ้น และยังรับรู้รายได้จากการซื้อหุ้น INTUCH