IRPC ทุ่มกว่า 3.6 หมื่นลบ. รองรับแผนลงทุน 5ปี (66-73)

ผู้ชมทั้งหมด 179 

“CEO IRPC” กางแผนลงทุน 5 ปี (2566-2570) กว่า 3.6 หมื่นล้านบาท หนุน EBITDA แตะ 3.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 คาดปีหน้า รายได้โต 12% รับปัจจัยบวกกำลังการกลั่นเพิ่ม ขณะที่ผลกระทบขาดทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนน้อยลง ลุ้นผลยื่นประมูลโซลาร์ฟาร์ม 70 เมกะวัตต์

นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนในระยะ 5 ปี (2566– 2570) ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 36,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นงบสำรองลงทุน (Provision) อยู่ที่ประมาณ 14,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับรองรับแผนการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (M&A) และแผนร่วมลงทุน (JV) รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ (Specialty Product) จาก 24% ในปี 2565 เป็น 33% ในปี 2566 และ 40% ในปี 2573 เพื่อผลักดันให้บริษัท บรรลุเป้าหมายมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ไว้ที่ 25,000 ล้านบาท ในปี 2568 และเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ในปี 2573

“ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการ M&A และ JV ที่อยู่ในแผนงานหลายโครงการ และอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งหากมีความคืบหน้าในการทำดีลจะรายงานให้ทราบต่อไป”

ทั้งนี้ งบลงทุนดังกล่าวจะใช้สำหรับพัฒนาขยายธุรกิจ และแสวงหาธุรกิจใหม่ๆ โดยผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นบริษัทนวัตกรรมวัสดุและพลังงานอย่างยั่งยืน (Material and Energy Solutions) ซึ่งการเติบโตในอนาคตจะเน้นให้ความร่วมมือกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรธุรกิจ ที่พร้อมสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตามโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของประเทศ และจะเน้นต่อยอดจากความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจปัจจุบัน (Existing Stream) และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (New Stream) อีกทั้ง ยังเน้นการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Smart Material ที่สอดคล้องกับทิศทางของโลก อาทิ ด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ (Health and Wellness) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ของผู้คนปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม IRPC จะใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นขับเคลื่อนและขยายธุรกิจปัจจุบันเข้าสู่  5 กลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ Health and Life Science, Advanced Material, Circular Business, Future Energy และ Energy Storage โดยใช้ความรู้ด้านนวัตกรรมและแสวงหาความร่วมมือกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  ตามกลยุทธ์ 3C ซึ่งประกอบด้วย  Climate Change, Circular Economy และ Creating Shared Value สร้างความยั่งยืนให้องค์กร

ส่วนแผนการลงทุนของบริษัทในปี 2566 ตั้งเป้าหมายจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยหลักๆจะเน้นการลงทุนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project: UCF) ให้แล้วเสร็จตามแผนที่จะเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งปัจจุบันโครงการฯก่อสร้างมีความคืบหน้าอยู่ที่ 54% รวมถึงขยายการลงทุนตามกลยุทธ์ Existing Stream และ New Stream

ขณะที่ การลงทุนในโครงการ Innopolymed ที่ผลิตผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (Medical Consumables) ได้เริ่มเดินเครื่องโรงงานในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้แล้ว ที่มีกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกพีพี สปันบอนด์ (PP Spunbond) 200,000 ตันต่อปี เพื่อรับกระแสการดูแลสุขภาพ และมีแผนจะขยายการลงทุนโครงการพีพี เมลต์โบลน (PP Meltblown) 40,000 ตันต่อปี ภายในปีหน้า

ปีหน้า คาดว่า รายได้จะเติบโตราว 12%จากปีนี้ หลังประเมินว่า ตลาดน้ำมันยังมีทิศทางที่ดี ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวระดับสูงราว 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือต่ำกว่าเล็กน้อย และบริษัทคาดว่าโรงกลั่นจะเดินเครื่องการผลิตสูงขึ้นจากปีนี้ ที่มีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในช่วงต้นเดือนต.ค.ถึงกลางเดือนพ.ย.65 ขณะที่การขาดทุนจากการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน คาดว่าจะน้อยลงจากปีนี้ ที่คาดว่าจะมีการขาดทุนราว 9,000 ล้านบาท ส่วนตลาดปิโตรเคมี ในปีหน้า แม้ว่าทิศทางจะไม่ดีนักหลังคาดการณ์ราคาจะอยู่ในระดับต่ำเทียบย้อนหลัง 4 ปี แต่ก็คาดว่า ตลาดปิโตรเคมี จะผ่านพ้นจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส3-4 ของปีนี้ และเริ่มดีขึ้นในปีหน้า ฉะนั้นในปีหน้า ก็คาดว่า EBITDA จะดีกว่าปีนี้ ”

นอกจากนี้ ในปีหน้า บริษัท ยังเตรียมความพร้อมรับมือกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ผัวผวน และความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีแผนตัดลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงให้ได้ในระดับใกล้เคียงกับปีนี้ พร้อมกับตั้งหน่วยงานใหม่ SOS ขึ้นมารับมือด้วย

ส่วนกรณีที่กระทรวงพลังงาน มีนโยบายให้ปรับลดสำรองน้ำมันตามกฎหมายลง 0.2% นั้น บริษัท ได้ดำเนินการตามมาตรการของภาครัฐแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้มาร์จิ้นน้ำมันสำเร็จของบริษัทดีขึ้นและรับรู้รายได้พิเศษเข้ามาทันที่ในไตรมาส 4ปีนี้

default

นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า บริษัท ได้ยื่นเสนอขายไฟฟ้าโครงการรับซื้อไฟฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ โดยเป็นการยื่นเสนอผลิตไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม กำลังผลิตราวประมาณ 70 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นทที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ของบริษัทเอง และเป็นการลงทุนโดยบริษัทลูก โดยจะอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากภาครัฐ ทั้งนี้ การเข้าลงทุนดังกล่าว ยังจะเป็นส่วนที่สนับสนุนให้ บริษัท บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลง 20% ภายในปี 2573 จากปีฐาน 2561 และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2603