OR ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ทุ่ม 2 แสนล้าน วางเป้า EBITDA 4 หมื่นล้าน

ผู้ชมทั้งหมด 510 

OR ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ทุ่ม 2 แสนล้านมุ่งขยายลงทุนใน 10 ปี วางเป้า EBITDA 4 หมื่นล้านบาท ลุยขยายลงทุนธุรกิจ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” พร้อมกำหนดเป้าหมายในการเติบโตเคียงข้างผู้คน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่และทิศทางการดำเนินธุรกิจของ OR ว่า OR ได้เตรียมงบประมาณลงทุนกว่า 200,000 ล้านบาทในช่วงระหว่างการลงทุนใน 10 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2020ไปจนถึง 2030 โดยตั้งเป้าหมายมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) มากกว่า 40,000 ล้านบาท โดยกว่าร้อยละ 50 มาจากการเติบโตร่วมกับพันธมิตรของ OR ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่

สำหรับงบการลงทุนในระยะ 10 ปีนั้นได้แบ่งสัดส่วนการลงทุนใน กลุ่มธุรกิจ Mobility ราว 35% จะมุ่งรักษาสถานะความเป็นผู้นำในประเทศไทยในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจไปเป็นธุรกิจพลังงานแบบผสมผสาน (Energy Solution Ecosystem) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคโดยมุ่งเน้นสู่การใช้พลังงานสะอาด

ขณะที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station จะเป็นมากกว่าการให้บริการน้ำมัน โดยจะเร่งขยายติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 100 แห่ง และในปี 2565 จะขยายเพิ่มเป็น 450 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ตอบโจทย์การเคลื่อนที่แบบไร้รอยต่อ

การขยายการลงทุนในกลุ่ม กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ในสัดส่วน 30% มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในตลาดร้านกาแฟ รวมทั้งแสวงหาพันธมิตรธุรกิจใหม่ ๆ ผู้ประกอบการ Start-up รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ที่มีศักยภาพในการเติบโตและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OR เพื่อสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตที่ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

กลุ่มธุรกิจ Innovation และGlobal ในสัดส่วน35% มุ่งขยายฐานการดำเนินธุรกิจสู่ตลาดโลก และนวัตกรรม โดยการขยายลงทุนในต่างประเทศนั้นมีเป้าหมายขยายเพิ่มเป็น 20 ประเทศ ซึ่งจะเน้นการลงทุนในประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย รวมทั้งกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง OR ก็มีโอกาสที่จะเข้าไปขยายการลงทุน

ทั้งนี้ภายหลังจากขยายการลงทุนในระยะเวลา 10 ปีนั้นก็จะส่งผลให้สัดส่วน EBITDA มีการเปลี่ยนแปลง โดยในปี 2030 คาดว่าสัดส่วนกลุ่มธุรกิจ Mobility จะอยู่ที่ 35% จาก 75% ในปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ Lifestyle  จาก 28% ก็เพิ่มขึ้นเป็น 35% กลุ่มธุรกิจ Global จาก 4% จะเพิ่มเป็น 18% ส่วนที่เหลือเป็นสัดส่วนของธุรกิจ Innovation

ลงทุนรับมือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตามแผนการลงทุนในระยะเวลา 10 ปีนั้น นางสาวจิราพร กล่าวว่า เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีในการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งให้ความสำคัญต่อสุขอนามัยและความปลอดภัย การใช้พลังงานสะอาด และปัญหาสังคมอย่างเรื่องความเหลื่อมล้ำ OR จึงได้ปรับทิศทางในการขับเคลื่อนธุรกิจ และตอกย้ำถึงเจตจำนง (Purpose) ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการเติบโตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม และได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ คือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” หรือ “Empowering All Toward Inclusive Growth” ซึ่งจะเป็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจของ OR รวมทั้งตั้งเป้าหมายในปี 2030 หรือ OR 2030 Goals ใน 3 ด้าน คือ

1) การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน (Living Community) ซึ่งครอบคลุมทั้งในพื้นที่ที่ OR ดำเนินธุรกิจและชุมชนรอบพื้นที่ธุรกิจ มากกว่า 15,000 ชุมชน หรือกว่า 12 ล้านชีวิต

2) การสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ครอบคลุมตลอดทั้งการดำเนินธุรกิจ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในสถานประกอบการ และลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ โดยตั้งเป้าที่จะลดให้ได้มากกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 33% เมื่อเทียบกับปี 2018 รวมทั้งตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutrality) ภายในปี 2030 และบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050

3) การสร้างการเติบโต สร้างอาชีพ และการกระจายความมั่งคั่ง (Economic Prosperity) สู่คู่ค้า ผู้ถือหุ้น ผู้ประกอบการขนาดย่อม (MSMEs) พนักงาน และชุมชนมากกว่า 1 ล้านราย ผ่านการเติบโตโดยการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ (Partnership) เป็นหลัก

OR จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การเติบโตรูปแบบใหม่ของ OR จะเป็นการเติบโตแบบ Outside-In หรือการเติบโตโดยการเข้าไปร่วมมือกับธุรกิจที่สร้างจากพันธมิตรภายนอก สนับสนุนกันและกันผ่านการใช้ Asset ของ OR ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ (Physical) ทางดิจิทัล (Digital) ตลอดจนความสามารถในการขยายธุรกิจให้เติบโต (Scalability) เช่น การบริหารงานแบบมืออาชีพ ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด การขยายฐานลูกค้า และการต่อยอดความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ของ OR

โดย OR ต้องการสร้างจุดยืนที่ชัดเจนในการเป็น Inclusive Growth Platform เพื่อรองรับการเติบโตร่วมกับพันธมิตร ซึ่งจะเป็นธุรกิจใดก็ตามที่ OR สามารถเข้าไปสนับสนุนได้แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง หรือธุรกิจที่ต้องการการสนับสนุน โดย OR ได้พัฒนาโมเดล “OR Inclusive Partnership” ซึ่งประกอบด้วยการนำความต้องการของลูกค้าของพันธมิตรเป็นที่ตั้ง แสวงหาสิ่งที่พันธมิตรต้องการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และการเข้าไปเติมเต็มได้ด้วยศักยภาพที่ OR มีอยู่ ตลอดจนพัฒนาระบบการปฏิบัติงานที่ยืดหยุ่นให้สามารถรองรับการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนนั้นต้องสอดคล้องกับพันธกิจทั้ง 4 ด้าน คือ 1.การสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพลังงานแบบผสมผสานเพื่อการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) 2.การสร้างทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างครบวงจรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ (All Lifestyles) 3.การขยายฐานธุรกิจเพื่อสร้างความสำเร็จและการยอมรับในตลาดโลก (Global Market) และ4.การแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมในแบบฉบับของ OR (OR Innovation)

“วันนี้ OR พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Partnership) เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน และในขณะเดียวกันก็สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบครัน ตอบโจทย์การชีวิตในทุกรูปแบบ ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญ OR จะไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจที่มุ่งเน้นแสวงหากำไร แต่ยังเป็นอีกเสาหลักของสังคมในยุคนี้ ที่ไม่ได้มองว่าผู้คนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ แต่ล้วนเป็นชีวิตที่เราอยากให้เติบโตไปด้วยกัน” นางสาวจิราพร กล่าว