PTTคาดShipperนำเข้าLNGได้0.8-1ล้านตัน

ผู้ชมทั้งหมด 404 

PTT คาดปริมาณ LNG ที่เหลือจากสัญญาระยะยาวให้ Shipper รายใหม่นำเข้าได้ในระดับ 0.8-1 ล้านตัน พร้อมเล็งนำเข้าLNGไตรมาส3-4/64ต่อยอด LNG Hub ลุยส่งออกต่างประเทศ ขณะที่ภาพร่วมความต้องการใช้ก๊าซฯปีนี้ฟื้นตัวคาดอยู่ในระดับ4,700-4,800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ได้เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 พร้อมทั้งมอบหมายให้บริษัท ปตท. กับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ร่วมกันประเมินปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) รายใหม่นำเข้า LNG นั้นจากการประเมินเบื้อต้นของ ปตท. ภาพรวมตลาด LNG ในประเทศไทยความต้องการใช้คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6-6.5 ล้านตันในปีนี้ เมื่อหากหักออกจากสัญญาซื้อ LNG ระยะยาว 5.2 ล้านตันของปตท. แล้วคาดว่าShipperรายใหม่จะสามารถนำเข้าได้ที่ระดับ 5 – 8 แสนตัน หรือ 1 ล้านตัน แต่ตัวเลขก็ต้องนำไปสรุปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกที

ขณะที่สถานการณ์ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติรวมในช่วงไตรมาส 1/2564 อยู่ในระดับ 4,600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เติบโตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7-8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 ที่มีความต้องการใช้อยู่ในระดับ 4,400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่วนภาพรวมในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 4,700-4,800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2562 ที่เป็นช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความต้องการใช้ราว 4,700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซฯ ในภาคอุตสาหกรรมเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าก็ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง

การดำเนินงานของ ปตท. ภายใต้นโยบายส่งเสริมการแข่งขันในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และการพัฒนา Regional LNG Hub นั้นปตท.ได้ดำเนินการทดสอบด้านเทคนิคเมื่อปลายปี 2563 และต้นปี 2564 ก็ได้ทดสอบเชิงพาณิชย์ในการส่งออก LNG แล้ว พร้อมที่จะเข้าสู่เชิงพาณิชย์ในรูปแบบ ISO TANK  ซึ่งคาดว่าจะเริ่มนำเข้า LNG ระยะสั้นได้ในช่วงไตรมาส 3-4/2564 โดยการพิจาณาจัดหาแบบ Spot LNG ซึ่งคาดว่าราคาจะลงมาต่ำกว่าระดับราคาในปัจจุบันอยู่ที่ 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู โดยราคาต้องต่ำกว่าราคา Pool Gas ถึงเอื้อต่อการนำเข้า

สำหรับตลาดส่งออก LNG ในรูปแบบ ISO THANK นั้นยังมีการส่งออกไปอย่างต่อเนื่องที่ประเทศกัมพูชา และยังมีการติดต่อทำตลาดที่ประเทศจีน รวมถึงเมียนมา แต่สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลายจึงส่งผลกระทบต่อการเจรจา อย่างไรก็ตามการขยายตลาดในประเทศจีนนั้น ปตท.ก็พร้อมร่วมมือกับบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP ในการส่งออกและขยายตลาดในจีน

ส่วนนโยบายการเปิดเสรีก๊าซฯ ระยะที่ 2 นั้นการแข่งขันก็จะมีคู่แข่งมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวก็จะส่งผลให้ตลาดมีทางเลือกเพิ่มขึ้น คาดว่าผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด ตอบรับกับเทรนด์ของโลกที่เริ่มหันมาใช้พลังงานสะอาด ที่สำคัญจะทำให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างผู้ปประกอบการนำเข้าก๊าซฯ ในไทยเพื่อส่งออกต่างประเทศ และจะเป็นการยกระดับ LNG Hub ของไทย

นายวุฒิกร ยังได้เผยถึงการปรับรูปแบบสถานีบริการ NGV ว่า ปตท.มีแผนที่จะเพิ่มสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสถานีบริการ NGV ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ ปตท.กว่า 300-400 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้รถยนต์ EV ในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถแท็กซี่ที่เป็นลูกค้าเติม NGV อยู่แล้วอาจจะปรับเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ EV

โดยการปรับรูปแบบจะเริ่มที่สถานีกำแพงเพชร2 เป็นที่แรกในช่วงไตรมาส 3/2564 ซึ่งนอกจากสถานีชารจ์รถยนต์ EV แล้วยังจะมีการเพิ่มสินค้าและบริการอื่นๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ ปตท. เช่น ร้านไอศรีมสถานีกะทิสด สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์  โดยตั้งเป้าระยะแรกจะปรับรูปแบบสถานี NGV ในกรุงเทพและปริมณฑลก่อน 10 แห่ง

พร้อมกันนี้ยังเพิ่มบริการร้าน Harumiki house ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากสตรอว์เบอร์รี่ รวมถึงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Hand cream สาขาแรกจะเปิดให้บริการที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ และจะขยายในสถานี NGV ที่กำแพงเพชร2 ด้วย ทั้งนี้ในอนาคตจะมีการขยายสาขาร้าน Harumiki house อย่างไรนั้นต้องรอผลตอบรับจากลูกค้าก่อน ซึ่งไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องขยายในสถานีบริการ NGV หรือสถานีบริการน้ำมัน PTT Station