PTTGCไร้ผลกระทบแม้ชลบุรี-ระยองป้องกันโควิดสูงสุด

ผู้ชมทั้งหมด 140 

PTTGC ยันไร้ผลกระทบขนส่งสินค้า และการเดินเครื่องผลิต แม้ จ.ชลบุรี จ.ระยอง ประกาศยกระดับเป็นพื้นที่ควบคุมระดับสูงสุดเพื่อป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19 ชี้ปริมาณการผลิตปีนี้เพิ่มขึ้นหลังเดินเครื่อง 3 โรงงาน

นายปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า จากกรณีที่ จ.ชลบุรี และจ.ระยองยกระดับเป็นพื้นที่ควบคุมระดับสูงสุดเพื่อป้องกันแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อด้านการขนส่งและการผลิตสินค้ารวมถึงด้านการก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกของ PTTGC แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาล มีการกรอกเอกสาร และขนส่ง โดยจีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่น  ซึ่งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ขณะที่การผลิตของโรงงานททั้งหมดของ PTTGC ในจ.ระยองกว่า 20 แห่งยังคงเดินเครื่องผลิตตามปกติ มีการตรวจคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มข้น 100% โดยเฉพาะพนักงงานที่ทำงานในห้องควบคุมกว่า 300 ราย โดยพนักงานกลุ่มนี้ทางบริษัทได้จัดให้พักในโรงแรม ส่วนพนักงานในกลุ่มส่วนอื่นๆ ก็ให้เข้มงวด และพนักงานออฟฟิศก็ให้ทำงานที่บ้านเป็นหลัก

ส่วนของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ทั่วโลกจะกระทบต่อยอดจำหน่ายสินค้า หรือไม่คงจะต้องดูในระยะต่อไป แต่ปกติแล้วช่วงต้นปี ก่อนตรุษจีน ยอดสั่งซื้อจะน้อยอยู่แล้ว เพราะลูกค้าสั่งสต็อกวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า ส่วนรายได้ปีนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันที่ ปีนี้มีแนวโน้มจะสูงและไม่ผันผวนเหมือนปี 63

ส่วนปริมาณการผลิตในปี 64 คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปี 63 เนื่องจากมีกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่เข้ามา 3 โรงงาน ประกอบด้วย โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration Project (ORP) เป็นการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนในแนฟทา แครกเกอร์ (Naphtha Cracker) เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบของบริษัทฯ และต่อยอดธุรกิจปลายน้ำในอนาคตด้วยกำลังการผลิตเอทิลีน 500,000 ตัน และโพรพิลีน 250,000 ตัน,​โครงการโพรพิลีนออกไซด์ (Propylene Oxide :PO) และ 3 โครงการโพลีออลส์ (Polyols) เพื่อผลิตโพรพิลีนออกไซด์ (PO) 200,000 ตันต่อปี และผลิตภัณฑ์โพลีออลส์ (Polyols) 130,000 ตันต่อปี