RATCH ตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์หุ้น SCG วันที่ 22 ธ.ค.นี้ เสริมแกร่งธุรกิจ

ผู้ชมทั้งหมด 472 

ราช กรุ๊ป เข้าซื้อหุ้น “สหโคเจน (ชลบุรี)” เตรียมตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์อย่างเป็นทางการ 22 ธ.ค.นี้ เสนอซื้อราคา 5.75 บาทต่อหุ้น หวังผนึกกำลังกลุ่มสหพัฒน์ เสริมแกร่งธุรกิจไฟฟ้าและเพิ่มขีดแข่งขัน

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) หรือ SCG จากผู้ถือหุ้นจำนวน 34 ราย จำนวนทั้งสิ้น 384,789,131 หุ้น และเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SCG ซึ่งออกและจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement) จำนวนทั้งสิ้น 208,695,652 หุ้น

โดย SCG ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์และภายหลังจากการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บริษัทแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 จึงทำให้บริษัทได้มาซึ่งหุ้นสามัญของ SCG จำนวนรวมทั้งสิ้น 593,484,783 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 51% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ SCG และส่งผลให้ SCG มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท

ทั้งนี้ การได้มาซึ่งหุ้นสามัญของ SCG ดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ SCG จำนวนทั้งสิ้น 570,210,869 หุ้น (คิดเป็น 49% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ SCG) ในราคา 5.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าที่เสนอซื้อ 3,278,712,496 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถยื่นคำเสนอซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ธันวาคมนี้

สำหรับการเข้าลงทุนในครั้งนี้เพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งเเกร่งระหว่างบริษัท ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขนาดต่างๆ และกลุ่มสหพัฒน์ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจหลักคือธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นดั้งเดิมของ SCG ที่จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใน SCG อย่างมีนัยสำคัญ ที่จะผนึกกำลังกันเสริมสร้างธุรกิจผลิตไฟฟ้าของ SCG ให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนเต็มศักยภาพต่อไป รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในโครงการอื่นๆ กับกลุ่มสหพัฒน์ในอนาคต

ขณะเดียวกันการลงทุนในครั้งนี้ เป็นไปตามเป้าหมายการเพิ่มกำลังการผลิตรวมของบริษัทที่10,000 เมกะวัตต์ และมูลค่ากิจการรวม 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 และสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ต่อไป โดยบริษัทจะใช้เงินทุนกู้ หรือเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทเพื่อเป็นทุนสำหรับการเข้าลงทุนในครั้งนี้